ศูนย์นโยบายความเป็นส่วนตัว
บทนำ
สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ซึ่งต่อไปนี้ จะเรียกรวมว่า “สมาคมฯ” ตระหนักถึงความสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลอื่นอันเกี่ยวกับท่าน(รวมเรียกว่า “ข้อมูล”) เพื่อให้ท่านสามารถเชื่อมั่นได้ว่า สมาคมฯ มีความโปร่งใสและความรับผิดชอบในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของท่านตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (“กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”) รวมถึงกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (“นโยบาย”) นี้จึงได้ถูกจัดทำขึ้นเพื่อชี้แจงแก่ท่านถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผย (รวมเรียกว่า “ประมวลผล”) ข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งดำเนินการโดย สมาคมฯ รวมถึงเจ้าหน้าที่และบุคคลที่เกี่ยวข้องผู้ดำเนินการแทนหรือในนามของ สมาคมฯ โดยมีเนื้อหาสาระดังต่อไปนี้
ขอบเขตการบังคับใช้นโยบาย
นโยบายนี้ใช้บังคับกับข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลซึ่งมีความสัมพันธ์กับสมาคมฯ ในปัจจุบันและที่อาจมีในอนาคต ซึ่งถูกประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดย สมาคมฯเจ้าหน้าที่ พนักงานตามสัญญา หน่วยธุรกิจหรือหน่วยงานรูปแบบอื่นที่ดำเนินการโดย สมาคมฯ และรวมถึงคู่สัญญาหรือบุคคลภายนอกที่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแทน หรือในนามของสมาคมฯ (“ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล”) ภายใต้ผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์ ระบบ แอปพลิเคชัน เอกสาร หรือบริการในรูปแบบอื่นที่ควบคุมดูแลโดยสมาคมฯ (รวมเรียกว่า “บริการ”)
บุคคลมีความสัมพันธ์กับสมาคมฯ ตามความในวรรคแรก รวมถึง
- ลูกค้าบุคคลธรรมดา
- เจ้าหน้าที่หรือผู้ปฏิบัติงาน ลูกจ้าง
- คู่ค้าและผู้ให้บริการซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา
- กรรมการ ผู้รับมอบอำนาจ ผู้แทน ตัวแทน ผู้ถือหุ้น ลูกจ้าง หรือบุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์ในรูปแบบเดียวกันของนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับสมาคมฯ
- ผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์หรือบริการของสมาคมฯ
- ผู้เข้าชมหรือใช้งานเว็บไซต์ https://thai-iod.com/th/ รวมทั้งระบบ
แอปพลิเคชัน อุปกรณ์ หรือช่องทางการสื่อสารอื่นซึ่งควบคุมดูแลโดยสมาคมฯ
- บุคคลอื่นที่ สมาคมฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ผู้สมัครงาน ครอบครัวของเจ้าหน้าที่ ผู้ค้ำประกัน ผู้รับประโยชน์ในกรมธรรม์ประกันภัย เป็นต้น
ข้อ 1) ถึง 6) เรียกรวมกันว่า “ท่าน”
นอกจากนโยบายฉบับนี้แล้ว สมาคมฯ อาจกำหนดให้มีคำประกาศนโยบายความเป็นส่วนตัว (“ประกาศ”) สำหรับผลิตภัณฑ์หรือบริการของ สมาคมฯ เพื่อชี้แจงให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นผู้ใช้บริการได้ทราบถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกประมวลผล วัตถุประสงค์และเหตุผลอันชอบด้วยกฎหมายในการประมวลผล ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลพึงมีในผลิตภัณฑ์หรือบริการนั้นเป็นการเฉพาะเจาะจง
ทั้งนี้ ในกรณีที่มีความขัดแย้งกันในสาระสำคัญระหว่างความในประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวและนโยบายนี้ ให้ถือตามความในประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของบริการนั้น
คำนิยาม
- ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดา ซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ถูกบัญญัติไว้ในมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่งได้แก่ ข้อมูลเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง การดำเนินการใด ๆ กับข้อมูลส่วนบุคคลหรือชุดข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าจะโดยวิธีการอัตโนมัติหรือไม่ เช่น การเก็บรวบรวม บันทึก สำเนา จัดระเบียบ เก็บรักษา การรับ พิจารณา ใช้ ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ใช้ กู้คืน เปิดเผยด้วยการส่งต่อ เผยแพร่ โอน รวม หรือการกระทำอื่นใดซึ่งทำให้เกิดความพร้อมใช้งาน การกำจัด การลบ หรือการทำลาย เป็นต้น
- เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ สมาคมฯ เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงผู้สมัครงาน พนักงาน ลูกค้า ผู้ถือหุ้น คู่ค้า ผู้ให้บริการ และผู้มีส่วนได้เสียกับสมาคมฯ
- ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
- ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการดังกล่าวไม่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลที่ สมาคมฯ เก็บรวบรวม
สมาคมฯ เก็บรวบรวมหรือได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลประเภทต่าง ๆ จากแหล่งข้อมูลดังต่อไปนี้
- ข้อมูลส่วนบุคคลที่ สมาคมฯ เก็บรวบรวมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรงในช่องทางให้บริการต่าง ๆ เช่น ขั้นตอนการสมัคร ลงทะเบียน ขอรับสวัสดิการ หรือขอรับการสนับสนุน
การสัมภาษณ์ ลงนามในสัญญา เอกสาร ทำแบบสำรวจ แบบสอบถามหรือใช้งานผลิตภัณฑ์ บริการ และในระหว่างการรับสวัสดิการหรือการสนับสนุน การฝึกงาน หรือการจ้างงานหรือช่องทางให้บริการอื่นที่ควบคุมดูแลโดยสมาคมฯ หรือเมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลติดต่อสื่อสารกับสมาคมฯ ณ ที่ทำการหรือผ่านช่องทางติดต่ออื่นที่ควบคุมดูแลโดย สมาคมฯ เป็นต้น
- ข้อมูลที่สมาคมฯ เก็บรวบรวมจากการที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าใช้งานเว็บไซต์ ผลิตภัณฑ์หรือบริการอื่น ๆ ตามสัญญาหรือตามพันธกิจ เช่น การติดตามพฤติกรรมการใช้งานเว็บไซต์ ผลิตภัณฑ์หรือบริการของสมาคมฯ ด้วยการใช้คุกกี้ (Cookie) หรือจากซอฟต์แวร์บนอุปกรณ์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น
- ข้อมูลส่วนบุคคลที่สมาคมฯ เก็บรวบรวมจากแหล่งอื่นนอกจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
โดยที่แหล่งข้อมูลดังกล่าวมีอำนาจหน้าที่ มีเหตุผลที่ชอบด้วยกฎหมายหรือได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลแล้วในการเปิดเผยข้อมูลแก่สมาคมฯ เช่น การเชื่อมโยงบริการดิจิทัลของหน่วยงานของรัฐในการให้บริการเพื่อประโยชน์สาธารณะแบบเบ็ดเสร็จแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเอง การรับข้อมูลส่วนบุคคลจากหน่วยงานของรัฐแห่งอื่นในฐานะที่สมาคมฯ มีหน้าที่ตามพันธกิจในการดำเนินการจัดให้มีศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลางเพื่อสนับสนุนการดำเนินการของหน่วยงานของรัฐในการให้บริการประชาชนผ่านระบบดิจิทัล รวมถึงจากความจำเป็นเพื่อให้บริการตามสัญญาที่อาจมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลส่วนบุคคลกับหน่วยงานคู่สัญญาได้
นอกจากนี้ ยังหมายความรวมถึงกรณีที่ท่านเป็นผู้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลภายนอกแก่ สมาคมฯ ดังนี้ ท่านมีหน้าที่รับผิดชอบในการแจ้งรายละเอียดตามนโยบายนี้หรือประกาศของผลิตภัณฑ์หรือบริการตามแต่กรณีให้บุคคลดังกล่าวทราบตลอดจนขอความยินยอมจากบุคคลนั้นหากเป็นกรณีที่ต้องได้รับความยินยอมในการเปิดเผยข้อมูลแก่สมาคมฯ
4) ข้อมูลส่วนบุคคลที่สมาคมฯ ได้รับหรือเข้าถึงได้จ้างแหล่งอื่น เช่น หน่วยงานของรัฐ บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน สถาบันการเงิน พันธมิตรทางธุรกิจ บริษัทข้อมูลเครดิต และผู้ให้บริการข้อมูล เป็นต้น โดยสมาคมฯ จะเก็บรวบรวมข้อมูลจากแหล่งอื่นต่อเมื่อได้ปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด เว้นแต่ สมาคมฯ มีความจำเป็นตามกรณีที่กฎหมายอนุญาต
5) ข้อมูลอื่น ๆ เช่น การใช้งานเว็บไซต์ ความคิดเห็น ความชื่นชอบ ผลการสอบข้อเขียน เสียง ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว รวมถึงการเข้าร่วมกิจกรรมหรือแคมเปญต่าง ๆ ที่สมาคมฯ จัดขึ้น และข้อมูลอื่นใดที่ถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย
ทั้งนี้ ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลปฏิเสธไม่ให้ข้อมูลที่มีความจำเป็นในการให้บริการของสมาคมฯอาจเป็นผลให้สมาคมฯ ไม่สามารถให้บริการนั้นแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวได้ทั้งหมดหรือบางส่วน
การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
โดยสมาคมฯ จะดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อน ยกเว้นในกรณีดังต่อไปนี้
- เพื่อปฏิบัติตามสัญญา กรณีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อความจำเป็นต่อการให้บริการหรือปฏิบัติตามสัญญาระหว่างเจ้าของข้อมูลและสมาคมฯ
- เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพ
- เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย
- เพื่อผลประโยชน์อันชอบโดยกฎหมายของสมาคมฯ กรณีมีความจำเป็นเพื่อประโยชน์อันชอบธรรมในการดำเนินงานของสมาคมฯ โดยสมาคมฯ จะพิจารณาถึงสิทธิของเจ้าของข้อมูลเป็นสำคัญ เช่น เพื่อป้องกันการฉ้อโกง การรักษาความปลอดภัยในระบบเครือข่าย การปกป้องสิทธิเสรีภาพและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลเป็นต้น
- เพื่อการศึกษาวิจัยหรือสถิติ กรณีที่มีการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุเพื่อประโยชน์สาธารณะหรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพของเจ้าของข้อมูล
- เพื่อปฏิบัติภารกิจของรัฐ กรณีมีความจำเป็นต่อการปฏิบัติตามภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือการปฏิบัติหน้าที่ตามอำนาจรัฐที่สมาคมฯ ได้รับมอบหมาย
ในกรณีที่ สมาคมฯ มีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อการปฏิบัติตามสัญญา การปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายหรือเพื่อความจำเป็นในการเข้าทำสัญญา หากท่านปฏิเสธไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลหรือ คัดค้านการดำเนินการประมวลผลตามวัตถุประสงค์ของกิจกรรม อาจมีผลทำให้ สมาคมฯ ไม่สามารถดำเนินการหรือให้บริการตามที่ท่านร้องขอได้ทั้งหมดหรือบางส่วน
ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่สมาคมฯ เก็บรวบรวม
ในการเก็บรวบรวม และเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลสมาคมฯ จะใช้วิธีการที่ชอบด้วยกฎหมายและจำกัดเพียงเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์การดำเนินงานของสมาคมฯ อันประกอบด้วย
| ประเภทข้อมูลส่วนบุคคล | รายละเอียดและตัวอย่าง |
| ข้อมูลเฉพาะตัวบุคคล | ข้อมูลระบุชื่อเรียกของท่านหรือข้อมูลจากที่ระบุข้อมูลเฉพาะตัว ของท่าน เช่น คำนำหน้าชื่อ, ชื่อ-นามสกุล, อายุ, วันเดือนปีเกิด, เพศ สัญชาติ, หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนหรือหมายเลขหนังสือเดินทาง หรือ เอกสารราชการอื่น ๆ สามารถระบุตัวตนได้ |
| ข้อมูลสำหรับการติดต่อ | ข้อมูลสำหรับการติดต่อท่าน เช่น ที่อยู่, หมายเลขโทรศัพท์, อีเมล, ชื่อบัญชี Social media, สถานที่ทำงาน เป็นต้น |
| ข้อมูลเอกสารทางราชการ | ข้อมูลเอกสารราชการของท่าน เช่น สำเนาบัตรประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้าน, สำเนาหนังสือเดินทาง , สำเนาสูติบัตร, สำเนาใบอนุญาตเข้าทำงาน, สำเนาใบอนุญาตขับขี่, สำเนาใบประกอบวิชาชีพ เป็นต้น |
| ข้อมูลทางการเงิน | ข้อมูลทางการเงินของท่าน เช่น เลขบัญชีเงินธนาคาร, สำเนาหน้าบัญชีธนาคาร, ข้อมูลเลขบัตรเครดิต, รายได้, เงินเดือน, ข้อมูลวงเงินเครดิต, ข้อมูลการทำธุรกรรม, วิธีการชำระเงิน, การจ่ายภาษี, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, ผลประโยชน์ของพนักงาน (สิทธิตามกรมธรรม์ประกันภัย) รวมถึงข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (การเบี้ยเลี้ยง) เป็นต้น |
| ข้อมูลที่ได้จากเก็บรวบรวมของ สมาคมฯ หรือระบบอัตโนมัติจากอุปกรณ์ต่าง ๆ ของสมาคมฯ | ข้อมูลที่ได้จากเก็บรวบรวมของสมาคมฯ หรือระบบอัตโนมัติจากอุปกรณ์ต่าง ๆ ของ สมาคมฯ เช่น รหัสพนักงาน, หมายเลขใบอนุญาตเข้าทำงาน, ภาพจากกล้องวงจรปิด, ภาพถ่าย, ภาพเคลื่อนไหว เป็นต้น |
| ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความละเอียดอ่อน | ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความละเอียดอ่อนของท่าน เช่น เชื้อชาติ ข้อมูลศาสนา, ข้อมูลความพิการ, ประวัติอาชญากรรม, ข้อมูลชีวภาพ (ข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ ,ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า), ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ เป็นต้น หรือข้อมูลอื่นใดในทำนองเดียวกันที่กฎหมายกำหนด |
คุกกี้
สมาคมฯ เก็บรวบรวมและใช้คุกกี้ (Cookie) รวมถึงเทคโนโลยีอื่นในลักษณะเดียวกันในเว็บไซต์ที่อยู่ภายใต้ความดูแลของ สมาคมฯ เช่น https://thai-iod.com/th/ หรือบนอุปกรณ์ของท่านตามแต่บริการที่ท่านใช้งาน ทั้งนี้ เพื่อการดำเนินการด้านความปลอดภัยในการให้บริการของ สมาคมฯ และเพื่อให้ท่านซึ่งเป็นผู้ใช้งานได้รับความสะดวกและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานบริการของ สมาคมฯ และข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปเพื่อปรับปรุงเว็บไซต์ของ สมาคมฯ ให้ตรงกับความต้องการของท่านมากยิ่งขึ้น โดยท่านสามารถตั้งค่าหรือลบการใช้งานคุกกี้ได้ด้วยตนเองจากการตั้งค่าในเว็บเบราว์เซอร์ (Web Browser) ของท่าน
วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
สมาคมฯ ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์หลายประการ ซึ่งขึ้นอยู่กับประเภทของผลิตภัณฑ์หรือบริการหรือกิจกรรมที่ท่านใช้บริการ ตลอดจนลักษณะ
ความสัมพันธ์ของท่านกับ สมาคมฯ หรือข้อพิจารณาในแต่ละบริบทเป็นสำคัญ โดยวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้เป็นเพียงกรอบการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของ สมาคมฯ เป็นการทั่วไป ทั้งนี้ เฉพาะวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ท่านใช้งานหรือมีความสัมพันธ์ด้วยเท่านั้นที่จะมีผลบังคับใช้กับข้อมูลของท่าน
1. เพื่อเข้าทำสัญญาที่เจ้าของข้อมูลเป็นคู่สัญญา เช่น สัญญาจ้าง หรือสัญญาอื่นใด หรือเพื่อให้ใช้การดำเนินการตามคำขอ/ใบสมัครก่อนเข้าทำสัญญา รวมถึงการดำเนินธุรกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์หรือบริการของบริษัท เช่น การนัดโอนกรรมสิทธิ์ กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการบริการงานนิติบุคคลอาคารชุด การผ่อนดาวน์ การนัดตรวจ เป็นต้น รวมไปถึงการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาระหว่าง สมาคมฯ กับเจ้าของข้อมูล หรือปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาระหว่าง สมาคมฯกับบุคคลภายนอกเพื่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูล
2. เพื่อให้บริการ การปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการของสมาคมฯ รวมถึงบริการหรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่จะมีในอนาคต ตลอดจนการดูแล การบำรุงรักษา และการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการดังกล่าว
3. เพื่อตอบคำถามและให้ความช่วยเหลือแก่เจ้าของข้อมูล และการบริหารความสัมพันธ์ระหว่างบริษัท ฯ กับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
4. เพื่อพัฒนาและปรับปรุงสินค้าหรือเปลี่ยนแปลงสินค้า การให้บริการ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ การตรวจสอบ การสำรวจการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย และบริการของสมาคมฯ ให้ตอบสนองต่อความต้องการของเจ้าของข้อมูลมากยิ่งขึ้น
5. เพื่อให้ข้อมูลและแนะนำสินค้า ผลิตภัณฑ์ การบริการ นำเสนอสิทธิประโยชน์ หรือประชาสัมพันธ์ทางการตลาดรายการส่งเสริมการขาย หรือสิทธิประโยชน์ผ่านช่องทางการติดต่อที่ได้รับจากเจ้าของข้อมูล ตามที่เจ้าของข้อมูลได้ให้คำยินยอม ตามที่ท่านได้ยินยอมกับทางสมาคมฯ
6. เพื่อสำรวจความคิดเห็น วิเคราะห์ การทำวิจัย และจัดทำข้อมูลทางสถิติ เพื่อใช้ทางการตลาด หรือการพัฒนาและปรับปรุงการดำเนินกิจการของ สมาคมฯ ตามที่ท่านได้ยินยอมกับทาง สมาคมฯ
7. เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการงานหรือดำเนินงานภายในของสมาคมฯ ที่จำเป็นภายใต้ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
8. เพื่อตรวจสอบ กำกับดูแล และรักษาความปลอดภัยบริเวณอาคารหรือสถานที่ของสมาคมฯ
9. เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของสมาคมฯ เช่น การหักภาษี ณ ที่จ่าย การป้องกันการทุจริต การจัดการข้อร้องเรียน เป็นต้น
10. เพื่อให้ข้อมูลแก่หน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายตามที่หน่วยงานภาครัฐร้องขอ เช่น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กรมสรรพากร ศาล เป็นต้น
11. เพื่อดำเนินกิจกรรมใด ๆ ทางบัญชีและการเงิน เช่น การตรวจสอบบัญชี การแจ้งและเรียกเก็บหนี้ การใช้สิทธิสวัสดิการต่าง ๆ ภาษี และหลักฐานการดำเนินธุรกรรมต่าง ๆ ที่กฎหมายกำหนด
12. เพื่อประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของสมาคมฯ เช่น การบันทึกเสียงการร้องเรียนผ่านระบบ Call Center, การบันทึกภาพนิ่ง, การบันทึกภาพผ่านกล้อง CCTV เพื่อป้องกันอาชญากรรม, การส่งต่อข้อมูลในเครือบริษัทเพื่อการบริหารจัดการ เป็นต้น
13. เพื่อใช้ในการสอบสวนและปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ หรือหน้าที่ตามกฎหมายของสมาคมฯ
14. ใช้ข้อมูลในการยืนยัน และ/หรือ ระบุตัวตนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในการเข้าถึงบริการผ่านช่องทางต่าง ๆ หรือการติดต่อกับสมาคมฯ
15. เพื่อตอบสนองต่อคำขอจากหน่วยงานรัฐหรือรัฐบาลในประเทศ รวมถึงหน่วยงานรัฐหรือรัฐบาลต่างประเทศที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอาศัยอยู่
16. เพื่อตอบสนองต่อคำขอของท่านหรือการดำเนินการตามความประสงค์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้แจ้งไว้กับบริษัท เช่น การรับเรื่องร้องเรียน
17. เพื่อเยียวยา ป้องกัน หรือจำกัดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
18. เพื่อการดำเนินการใด ๆ ที่จำเป็นและเหมาะสมในกรณีต่าง ๆ เช่น ตรวจสอบและป้องกันการกระทำที่ละเมิดหรืออาจจะละเมิดต่อกฎหมาย ปกป้องสิทธิความเป็นส่วนตัว บุคลากร และเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
19. เพื่อดำเนินการตามกระบวนการที่อยู่ในข้อบังคับภายในของสมาคมฯ อาทิ สวัสดิการของพนักงาน หรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ ของพนักงาน รวมถึงการตรวจร่างกายประจำปี
20. เพื่อจัดทำวีซ่า ในกรณีที่พนักงานเป็นบุคคลกรจากบริษัทในเครือซึ่งมีที่ตั้งอยู่ต่างประเทศ รวมถึงข้อกำหนดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง
21. วัตถุประสงค์อื่น ๆ ที่ได้รับคำยินยอมชัดแจ้งจากท่าน
การส่งต่อและเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
สมาคมฯ จะไม่เปิดเผยและส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังหน่วยงานภายนอก เว้นแต่ได้รับ คำยินยอมชัดแจ้งจากท่าน หรือเป็นไปตามกรณีดังต่อไปนี้
- เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ระบุในนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้สมาคมฯ อาจจำเป็นต้องเปิดเผยหรือแบ่งปันข้อมูลเฉพาะเท่าที่จำเป็นแก่คู่ค้า ผู้ให้บริการ หรือหน่วยงานภายนอก โดยสมาคมฯ จะจัดทำข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายกำหนด
- สมาคมฯ อาจเปิดเผยหรือแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่ หน่วยงานภายใต้หรือในเครือของสมาคมฯ โดยจะเป็นการประมวลผลข้อมูลภายใต้วัตถุประสงค์ที่ระบุในนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้เท่านั้น
- กฎหมายหรือกระบวนการทางกฎหมายบังคับให้เปิดเผยข้อมูล หรือเปิดเผยต่อเจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่รัฐ หรือหน่วยงานที่มีอำนาจเพื่อปฏิบัติตามคำสั่งหรือคำขอที่ชอบด้วยกฎหมาย
การถ่ายโอนหรือส่งต่อข้อมูลไปยังต่างประเทศ
สมาคมฯ อาจจะส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ โดยจะทำให้แน่ใจว่าประเทศปลายทางหรือหน่วยงานปลายทางมีมาตรฐานและนโยบายในการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวที่เพียงพอ
ระยะเวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
สมาคมฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ในระยะเวลาเท่าที่ข้อมูลนั้นยังมีความจำเป็นโดยคำนึงถึงวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลเท่านั้น ตามรายละเอียดที่ได้กำหนดไว้ในนโยบาย ประกาศหรือตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยสมาคมฯ จะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลไว้หลังระยะเวลาของสัญญาที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ทำไว้กับสมาคมฯ สิ้นผลบังคับระยะเวลาหนึ่ง และสอดคล้องตามระยะเวลาและอายุความของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เมื่อพ้นระยะเวลาและข้อมูลส่วนบุคคลของท่านสิ้นความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวแล้ว สมาคมฯ จะทำการลบ ทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่สามารถระบุตัวตนได้ต่อไป ตามรูปแบบและมาตรฐานการลบทำลายข้อมูลส่วนบุคคล อย่างไรก็ดี ในกรณีที่มีข้อพิพาท สมาคมฯ จำเป็นต้องเก็บข้อมูลส่วนบุคคลต่อไปแม้จะพ้นกำหนดอายุความตามกฎหมายแล้วก็ตาม เช่น กรณีอยู่ระหว่างการดำเนินการพิจารณาคดีตามกฎหมาย และ/หรือจนกว่าข้อพิพาทนั้นจะได้มีคำสั่งหรือคำพิพากษาถึงที่สุด
การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล
สมาคมฯ จะใช้มาตรการทางเทคนิค และการบริหารจัดการที่เหมาะสมเพื่อป้องกันและรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยมีการเข้ารหัสสำหรับการส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเฉพาะผู้เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนของข้อมูลที่จัดเก็บในรูปแบบเอกสารและอิเล็กทรอนิกส์
การเชื่อมต่อเว็บไซต์หรือบริการภายนอก
บริการของสมาคมฯ อาจมีการเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์หรือบริการของบุคคลที่สาม ซึ่งเว็บไซต์หรือบริการดังกล่าวอาจมีการประกาศนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่มีเนื้อหาสาระแตกต่างจากนโยบายนี้ สมาคมฯ ขอแนะนำให้ท่านศึกษานโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเว็บไซต์หรือบริการนั้น ๆ เพื่อทราบในรายละเอียดก่อนการเข้าใช้งาน ทั้งนี้ สมาคมฯ ไม่มีความเกี่ยวข้องและไม่มีอำนาจควบคุมถึงมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเว็บไซต์หรือบริการดังกล่าวและไม่สามารถรับผิดชอบต่อเนื้อหา นโยบายความเสียหาย หรือการกระทำอันเกิดจากเว็บไซต์หรือบริการของบุคคลที่สาม
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
สมาคมฯ ได้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบ กำกับและให้คำแนะนำในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการประสานงานและให้ความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้สอดคล้องตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
- สิทธิของท่านตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
ท่านสามารถขอใช้สิทธิต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด และตามที่ระบุไว้ในประกาศฉบับนี้ได้ดังต่อไปนี้
- สิทธิในการขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ สมาคมฯ มีสิทธิปฏิเสธคำขอของท่านตามกฎหมายหรือตามคำสั่งศาล รวมไปถึงกรณีที่คำขอของท่านจะมีผลกระทบที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น
- สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลดังกล่าวให้เป็นปัจจุบัน ถูกต้อง และสมบูรณ์
- สิทธิในการขอรับข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่สมาคมฯ ได้ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติและสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ
- สิทธิในการขอลบหรือทำลายหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ เมื่อข้อมูลนั้นหมดความจำเป็นหรือเมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลถอนความยินยอม
- สิทธิในการขอระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีเมื่อเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องลบหรือเมื่อข้อมูลดังกล่าวหมดความจำเป็น
- สิทธิในการถอนความยินยอม ในการประมวลผลข้อมูลที่ผู้ใช้บริการเคยให้ไว้
- สิทธิในการขอคัดค้าน เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลเมื่อใดก็ได้
โทษของการไม่ปฏิบัติตามนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
การไม่ปฏิบัติตามนโยบายอาจมีผลเป็นความผิดและถูกลงโทษทางวินัยตามกฎเกณฑ์ของ สมาคมฯ (สำหรับเจ้าหน้าที่หรือผู้ปฏิบัติงานของ สมาคมฯ) หรือตามข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (สำหรับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล) ทั้งนี้ ตามแต่กรณีและความสัมพันธ์ที่ท่านมีต่อ
สมาคมฯ และอาจได้รับโทษตามที่กำหนดโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 รวมทั้งกฎหมายลำดับรอง กฎ ระเบียบ คำสั่งที่เกี่ยวข้อง
การร้องเรียนต่อหน่วยงานผู้มีอำนาจกำกับดูแล
ในกรณีที่ท่านพบว่าสมาคมฯ มิได้ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิร้องเรียนไปยังคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือหน่วยงานที่มีอำนาจกำกับดูแลที่ได้รับการแต่งตั้งโดยคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือตามกฎหมาย ทั้งนี้ ก่อนการร้องเรียนดังกล่าวสมาคมฯ ขอให้ท่านโปรดติดต่อมายังสมาคมฯ เพื่อให้สมาคมฯ มีโอกาสได้รับทราบข้อเท็จจริงและได้ชี้แจงในประเด็นต่าง ๆ รวมถึงจัดการแก้ไขข้อกังวลของท่านก่อนในโอกาสแรก
การปรับปรุงแก้ไขนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
สมาคมฯ อาจพิจารณาปรับปรุง แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้ตามที่เห็นสมควร และจะทำการแจ้งให้ท่านทราบผ่านช่องทางเว็บไซต์ เช่น https://thai-iod.com/th/aboutIOD.asp โดยมีวันที่มีผลบังคับใช้ของแต่ละฉบับแก้ไขกำกับอยู่ อย่างไรก็ดี สมาคมฯ ขอแนะนำให้ท่านโปรดตรวจสอบเพื่อรับทราบนโยบายฉบับใหม่อย่างสม่ำเสมอ ผ่านช่องทางเฉพาะกิจกรรมที่สมาคมฯดำเนินการ โดยเฉพาะก่อนที่ท่านจะทำการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่สมาคมฯ
การเข้าใช้งานผลิตภัณฑ์หรือบริการของสมาคมฯ ภายหลังการบังคับใช้นโยบายใหม่ ถือเป็นการรับทราบตามข้อตกลงในนโยบายใหม่แล้ว ทั้งนี้ โปรดหยุดการเข้าใช้งานหากท่านไม่เห็นด้วยกับรายละเอียดในนโยบายฉบับนี้และโปรดติดต่อมายังสมาคมฯ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงต่อไป
การติดต่อสอบถามหรือใช้สิทธิ
หากท่านมีข้อสงสัย ข้อเสนอแนะหรือข้อกังวลเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของสมาคมฯ หรือเกี่ยวกับนโยบายนี้ หรือท่านต้องการใช้สิทธิตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
โดยแจ้งข้อมูลดังต่อไปนี้ประกอบการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
- ชื่อ-นามสกุล เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน/เลขที่หนังสือเดินทาง
- ข้อสงสัยเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล หรือสิทธิที่ต้องการใช้ตามกฎหมาย
- หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่ และอีเมลที่สามารถติดต่อกลับได้
ช่องทางการติดต่อ
สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย
อาคาร วตท. อาคาร 2 ชั้น 3 เลขที่ 2/9หมู่ที่ 4 (โครงการนอร์ธปาร์ค) ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
เบอร์โทรศัพท์: +66 (0)2-955-1155
อีเมล:
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO)
อาคาร วตท. อาคาร 2 ชั้น 3 เลขที่ 2/9หมู่ที่ 4 (โครงการนอร์ธปาร์ค) ถนนวิภาวดีรังสิต
แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
เบอร์โทรศัพท์: +66 (0)2955 1155 ต่อ 1100
อีเมล: dpo@thai-iod.com
สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการประมวลข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกรวมว่า “สมาคมฯ”) ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงาน พนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้รับจ้างของสมาคมฯ ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “พนักงาน” หรือ “ท่าน” หรือ “เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 สมาคมฯ
จึงออกประกาศฉบับนี้ขึ้น เพื่อแจ้งข้อมูลให้แก่พนักงานทราบเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ ตลอดจนเงื่อนไขต่าง ๆ ในการเก็บ รวมรวบ ใช้และเปิดเผย (เรียกรวมกันว่า “การประมวลผลข้อมูล”) ข้อมูลส่วนบุคคล ดังนี้
ข้อมูลส่วนบุคคล
“ข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data)” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
“ข้อมูลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Data)” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ เช่น ข้อมูลจำลองใบหน้า ข้อมูลจำลองม่านตา หรือข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ
ข้อมูลส่วนบุคคลที่สมาคมฯ เก็บรวบรวม
ในกรณีของพนักงานที่มีแนวโน้มหรือคาดว่าจะเป็นพนักงาน ในช่วงก่อนการจ้างงาน หรือหากท่านเป็นพนักงานในระหว่างการจ้างงาน สมาคมฯ จะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับท่าน เมื่อท่านได้ให้ข้อมูลต่อไปนี้แก่สมาคมฯ ด้วยตนเองหรือทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือเมื่อท่านได้ติดต่อหรือสื่อสารกับสมาคมฯ และ/หรือตัวแทนที่ได้รับอนุญาตของสมาคมฯ ผ่านทางสื่อและช่องทางการสื่อสารอย่างใด ๆ
เพื่อให้สมาคมฯ ได้รวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้วัตถุประสงค์ ขอบเขต และวิธีการที่ชอบด้วยกฎหมายและสมเหตุสมผลตามความจำเป็น ซึ่งกำหนดไว้ในขอบเขตของวัตถุประสงค์ขององค์กร ข้อมูลส่วนบุคคลที่สมาคมฯ เก็บรวบรวมมีดังนี้
- ข้อมูลที่ระบุตัวตนได้ หรือข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ – นามสกุล ชื่อเล่น วันเดือนปีเกิด เพศ อายุ สถานภาพสมรส สัญชาติ เลขประจำตัวประชาชน เลขที่หนังสือเดินทาง ลายมือชื่อ รูป หมายเลขใบขับขี่ เลขทะเบียนรถ บันทึกกล้องวงจรปิด (CCTV) เป็นต้น
- ข้อมูลสำหรับการติดต่อ เช่น ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล รายละเอียดเครือข่ายสังคมหรือชื่อบัญชี Social Media เป็นต้น
- ข้อมูลเอกสารทางราชการ เช่น สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาหนังสือเดินทาง สำเนาสูติบัตร สำเนาทะเบียนสมรส สำเนาใบอนุญาตขับขี่ สำเนาใบประกอบวิชาชีพ สำเนาใบอนุญาตเข้าทำงาน สำเนาเล่มทะเบียนรถ เป็นต้น
- ข้อมูลการศึกษา เช่น วุฒิการศึกษา ประวัติการศึกษา ใบรับรองผลการศึกษา (Transcript) หลักฐานการศึกษา ประกาศนียบัตร หรือเอกสารอื่น ๆ ที่แสดงถึงผลการศึกษา เป็นต้น
- ข้อมูลทางการเงิน เช่น เลขบัญชีธนาคาร สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร ธนาคารและสาขา ประเภทบัญชี รายได้ เงินเดือน ค่าตอบแทน ข้อมูลภาษี กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนเงินทดแทน ผลประโยชน์ของพนักงาน (เช่น บำนาญ หรือสิทธิตามกรมธรรม์ประกันภัย) และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง (เช่น รายละเอียดการเบิกเงิน หรือเบี้ยเลี้ยง) เป็นต้น
- ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง เช่น คู่สมรส บุตร บิดา/มารดา สมาชิกในครอบครัว บุคคลติดต่อกรณีฉุกเฉิน บุคคลอ้างอิงและผู้รับผลประโยชน์ รวมถึงความเกี่ยวข้องของท่านกับผู้รับผลประโยชน์ เป็นต้น
- ข้อมูลที่ได้รับจากระบบของสมาคมฯ หรือจากการเป็นพนักงาน เช่น รหัสพนักงาน หมายเลขใบอนุญาตเข้าทำงาน บันทึกการเข้าออกงานและระยะเวลาในการปฏิบัติงาน การทำงานล่วงเวลา การขาดและลางาน ชื่อผู้ใช้งาน (Username) รหัสผ่าน (Password) ประวัติและพฤติกรรมการใช้งานประวัติการเข้าร่วมประชุม ภาพและ/หรือวีดิทัศน์จากกล้องวงจรปิด อย่างไรก็ตาม สมาคมฯ ไม่ทำการประมวลผลข้อมูลในกล้องวงจรปิดเพื่อจับภาพหน้าบุคคลเพื่อระบุตัวตนและเพื่อประมวลผลข้อมูลชีวภาพ เป็นต้น
- ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงาน เช่น เลขประจำตัวพนักงาน ตำแหน่งงาน แผนก ชื่อบริษัทหรือองค์กรหน่วยงานที่ทำงาน สวัสดิการและสิทธิประโยชน์อื่นใด คุณสมบัติทางวิชาชีพ ประวัติการศึกษา ใบอนุญาตใบรับรอง สาขาความเชี่ยวชาญ รายละเอียดเกี่ยวกับอาชีพ คุณสมบัติ ทักษะ การเป็นสมาชิกองค์กรทางวิชาชีพ ประสบการณ์ ความคิดเห็นของนายจ้าง ผลประเมินการทำงาน ประวัติการฝึกอบรม ผลการฝึกอบรม ประวัติการรับรอง ประวัติการทำงาน (CV หรือ Resume) ทักษะ ความเชี่ยวชาญ ความถนัด ผลงานรางวัลเกียรติคุณ หมายเลขใบประกอบวิชาชีพ ใบอนุญาตต่างๆ ข้อมูลการเข้าออกงาน ข้อมูลการขาดลามาสาย อายุงาน ข้อมูลวันเริ่มงาน และวันสิ้นสุดการทำงาน ผลการประเมินการปฏิบัติงาน ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัยและการร้องทุกข์ ซึ่งรวมถึงเอกสารใด ๆ ตามที่กระทรวงแรงงานและสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด ซึ่งแสดงถึงความสามารถในการทำงานในประเทศของท่าน
- ข้อมูลการใช้งานและการเข้าถึงระบบสารสนเทศ คอมพิวเตอร์ ระบบงาน เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน ระบบโครงข่าย อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ระบบอีเมล เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศของสมาคมฯ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลทางเทคนิค ซึ่งรวมถึงที่อยู่ IP ประเภทระบบปฏิบัติการ ประเภทและเวอร์ชันของเว็บเบราว์เซอร์ ข้อมูลอุปกรณ์ของท่าน และข้อมูลที่รวบรวมผ่านการใช้คุกกี้ (Cookie)
- ข้อมูลอื่นที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลที่บังคับใช้ หรือตามที่แจ้งให้ท่านทราบ ณ จุดที่ทำธุรกรรมกับสมาคมฯ เป็นต้น
- ข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน เมื่อใดก็ตามที่ใช้ได้หรือได้รับอนุญาตภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลที่บังคับใช้ เช่น ใบรับรองความประพฤติจากตำรวจ หรือเอกสารอื่น ๆ ที่แสดงว่าไม่มีประวัติอาชญากรรม ประวัติทางการแพทย์ หรือเอกสารทางการแพทย์อื่นๆ ที่แสดงถึงสภาพสุขภาพของท่านในระหว่างก่อนการจ้างงานและการตรวจสุขภาพประจำปีปกติ เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม หากพนักงานปฏิเสธการให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องใช้เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย ตามสัญญาหรือเพื่อเข้าทำสัญญากับสมาคมฯ อาจทำให้การปฏิบัติงานตามสัญญาและสิทธิในการเข้าถึงสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์ที่สมาคมฯ จัดไว้ไม่สามารถดำเนินการได้อย่างสมบูรณ์
โดยสมาคมฯ จะดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อน ยกเว้นในกรณีดังต่อไปนี้
- เพื่อปฏิบัติตามสัญญา กรณีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อความจำเป็นต่อการให้บริการหรือปฏิบัติตามสัญญาระหว่างเจ้าของข้อมูลและสมาคมฯ
- เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพ
- เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย
- เพื่อผลประโยชน์อันชอบโดยกฎหมายของสมาคมฯ กรณีมีความจำเป็นเพื่อประโยชน์อันชอบธรรมในการดำเนินงานของสมาคมฯ โดยสมาคมฯ จะพิจารณาถึงสิทธิของเจ้าของข้อมูลเป็นสำคัญ เช่น เพื่อป้องกันการฉ้อโกง การรักษาความปลอดภัยในระบบเครือข่าย การปกป้องสิทธิเสรีภาพ และประโยชน์ของเจ้าของข้อมูล เป็นต้น
- เพื่อการศึกษาวิจัยหรือสถิติ กรณีที่มีการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุเพื่อประโยชน์สาธารณะหรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพของเจ้าของข้อมูล
- เพื่อปฏิบัติภารกิจของรัฐ กรณีมีความจำเป็นต่อการปฏิบัติตามภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือการปฏิบัติหน้าที่ตามอำนาจรัฐที่สมาคมฯ ได้รับมอบหมาย
ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว
สมาคมฯ อาจจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลที่มีความอ่อนไหว เช่น ศาสนา เชื้อชาติ ข้อมูลชีวภาพ ข้อมูลความพิการ ข้อมูลสุขภาพ ประวัติอาชญากรรม โดยสมาคมฯ จะทำการขอคำยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทุกครั้งในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย เว้นแต่
- เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคลซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมได้
- เป็นการดำเนินกิจกรรมโดยชอบด้วยกฎหมายที่มีการคุ้มครองที่เหมาะสมของมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการเมือง ศาสนา ปรัชญา หรือสหภาพแรงงาน ให้แก่สมาชิกผู้ซึ่งเคยเป็นสมาชิก หรือผู้ซึ่งมีการติดต่ออย่างสม่ำเสมอกับมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กร ที่ไม่แสวงหากำไรตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวโดยไม่ได้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นออกไปภายนอกมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรนั้น
- เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะด้วยความยินยอมโดยชัดแจ้งของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
- เป็นการจำเป็นเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
- เป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับ
- 5.1. เวชศาสตร์ป้องกันหรืออาชีวเวชศาสตร์ การประเมินความสามารถในการทำงานของลูกจ้าง การวินิจฉัยโรคทางการแพทย์ การให้บริการด้านสุขภาพหรือด้านสังคม
- การรักษาทางการแพทย์ การจัดการด้านสุขภาพ หรือระบบการให้บริการด้านสังคมสงเคราะห์
- 5.2. ประโยชน์ด้านการสาธารณะสุข เช่น การป้องกันด้านสุขภาพจากโรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาด
- 5.3. การคุ้มครองแรงงาน การประกันสังคม หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของผู้มีสิทธิตามกฎหมาย การคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือการคุ้มครองทางสังคม
- 5.4. การศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ หรือประโยชน์สาธารณะอื่น
- 5.5. ประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ
แหล่งที่มาของข้อมูล
- ข้อมูลจากเจ้าของข้อมูลโดยตรง ที่ท่านได้ให้ไว้ในกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การเข้าทำสัญญา การสมัครงาน การลงทะเบียนเพื่อใช้บริการทั้งทางช่องทางออฟไลน์และช่องทางออนไลน์ การตอบแบบสอบถาม สมัครรับข้อมูลข่าวสาร ข้อมูลจากการตอบคำถามระหว่างการสนทนา หรือการทำแบบสำรวจการเข้าร่วมกิจกรรมทางการตลาด ช่องทางเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือช่องทางอื่นของสมาคมฯ การสัมภาษณ์ การติดต่อสื่อสารผ่านช่องทางใด ๆ การเข้าและออกภายในอาคารของสมาคมฯ การตอบแบบสอบถามเพื่อประเมินความพึงพอใจของการบริการ การตอบโต้ทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) หรือการกรอก/ให้ข้อมูลประกอบการสมัครงาน หรือช่องทางการสื่อสารอื่น ๆ ระหว่างสมาคมฯ และท่าน
- ข้อมูลจากบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง เช่น ญาติ คนในครอบครัว หรือผู้ใช้อำนาจปกครองผู้เยาว์
- ข้อมูลจากระบบอัตโนมัติ เช่น ภาพจากกล้องวงจรปิด (CCTV) ข้อมูลจากแอปพลิเคชัน
- การบันทึกเสียงทางระบบ Call Center
- ข้อมูลจากแหล่งอื่น เช่น ข้อมูลสาธารณะ ข้อมูลจากหน่วยงานพันธมิตร หน่วยงานราชการ หรือหน่วยงานในเครือของสมาคมฯ ตลอดจนข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ ที่ผู้ใช้บริการได้มอบไว้ให้
วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
การประมวลผลข้อมูลที่ระบุไว้ภายใต้ประกาศฉบับนี้ ถือเป็นการดำเนินการที่สมาคมฯ จำเป็นต้องดำเนินการในฐานะนายจ้าง โดยทั่วไปได้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยอาศัยความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามวัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้
| วัตถุประสงค์ (Purpose) | ฐานกฎหมาย (Lawful basis) |
| เพื่อดำเนินการและประเมินใบสมัครของท่านสำหรับการฝึกงาน การฝึกอาชีพ หรือการจ้างงาน (โดยรวมเรียกว่า “การจ้างงาน”) เพื่อดำเนินการตรวจสอบประวัติที่จำเป็นเพื่อยืนยันข้อมูลที่ท่านส่งให้แก่สมาคมฯ เพื่อติดตามการเข้าร่วมงานของท่าน จัดการการจ่ายเงินเดือน ค่าตอบแทน การรักษาพยาบาล สุขภาพ ประกันภัย การเกษียณอายุ และสวัสดิการพนักงานอื่น ๆ รวมถึงออกเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น หนังสือรับรองเงินเดือน หนังสือรับรองการทำงาน เพื่อดำเนินการพิจารณาเงินเดือน การประเมินผลการปฏิบัติงาน รางวัล และวัตถุประสงค์ในการพัฒนาตำแหน่ง การเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง เพื่อดำเนินการตามข้อกำหนดการจ้างงาน รวมถึงการจัดหาการฝึกอบรม การมอบหมายงาน การยืมตัว และการโอนย้ายในระดับท้องถิ่นและระดับนานาชาติ เพื่อบันทึกการเข้าและออกงาน ประวัติการเข้าปฏิบัติงานของพนักงาน เพื่อทำการตรวจร่างกายประจำปี เพื่อสมัคร ต่ออายุ หรืออัปเดตสิทธิประโยชน์ด้านการดูแลสุขภาพของท่านและสิทธิประโยชน์ด้านการดูแลสุขภาพของผู้ที่ท่านอุปการะ และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ของพนักงานที่สมาคมฯ จัดให้ตามคำขอของผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพหรือผู้ให้บริการสวัสดิการอื่น ๆ • เพื่อดำเนินการเรื่องวีซ่าการทำงาน ที่พัก และใบอนุญาตและข้อกำหนดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง • เพื่อจองตั๋วเครื่องบิน และที่พัก สำหรับเดินทางไปต่างประเทศเพื่อประกอบกิจการของสมาคมฯ • เพื่อจัดเตรียมอาหารให้แก่ท่าน • เพื่อทำบัตรจอดรถ และ/หรือบัตรเข้าออกอาคารให้แก่ท่าน • เพื่อเก็บรวบรวม เสียงวิดีโอและภาพในระหว่างงานกิจกรรมต่าง ๆ ของสมาคมฯ • เพื่อรวบรวมเสียงวิดีโอและภาพเพื่อวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบและรักษาความปลอดภัย • เกี่ยวข้องกับการสอบสวนหรือดำเนินการทางวินัย • ติดต่อสื่อสารกับท่านในระหว่างการจ้างงานของท่าน รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการดำเนินงานประจำวันและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับพนักงานอื่นๆ • สื่อสารหรือประกาศกิจกรรมหรือเหตุการณ์สำคัญของสมาคมฯ ต่อสาธารณะ • ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลอย่างถี่ถ้วนในด้านความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง เช่น การต่อต้านการติดสินบนและการทุจริต การลงโทษ ความปลอดภัยของข้อมูล ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล การจัดหาแหล่งข้อมูลอย่างรับผิดชอบ เป็นต้น • ดำเนินการตรวจสอบประวัติที่จำเป็นและดำเนินการคัดกรองเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ และเพื่อกำหนดสัญญาและการควบคุมที่จำเป็น • เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินการตามโปรแกรมการสื่อสาร เช่น จดหมายข่าว อีเมล ข้อความ จดหมายข่าวโซเชียลมีเดีย และโครงการสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงานอื่น ๆ เช่น จดหมายข่าววันเกิด กิจกรรมด้านสุขภาพและความสมบูรณ์ของร่างกาย และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจ้างงานอื่น ๆ และ • เพื่อจัดให้มีกิจกรรมทางการตลาด โฆษณา และส่งเสริมการขาย | ฐานสัญญา (Contract) เป็นการปฏิบัติตามภาระผูกพันตามสัญญาของของสมาคมฯ กับท่าน ฐานประโยชน์อันชอบธรรม (Legitimate Interest) ซึ่งเป็นการดำเนินกิจกรรมที่ระบุไว้ในประกาศฉบับนี้ เช่น เมื่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมีความสมเหตุสมผลเพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดการหรือยุติการจ้างงาน หรือหากการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมีความจำเป็นเพื่อวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนในผลประโยชน์ของท่าน และสมาคมฯ ไม่สามารถขอความยินยอมจากท่านได้ในเวลาที่เหมาะสม ฐานหน้าที่ตามกฎหมาย (Legal Obligation) เมื่อสมาคมฯ จำเป็นต้องปฏิบัติตามภาระผูกพันทางกฎหมาย |
| เพื่อสื่อสารกับท่านและช่องทางอื่น ๆ ที่จำเป็นเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับภาระผูกพันด้านการจ้างงานของเราภายใต้กฎหมาย เพื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายเกี่ยวกับการต่อต้านการติดสินบนและการทุจริต การลงโทษ การควบคุมการส่งออก สิทธิมนุษยชน การกำกับดูแลกิจการ และข้อกำหนดอื่น ๆ จากหน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง และ เพื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านธนาคาร ใบอนุญาต แรงงาน การคุ้มครองข้อมูล ภาษี ประกันสังคม กฎระเบียบ ศาล หรือข้อกำหนดอื่น ๆ จากหน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง เพื่อปกป้องหรือบังคับใช้สิทธิตามกฎหมายและวัตถุประสงค์ที่ถูกต้องตามกฎหมายอื่น ๆ ที่ได้รับอนุญาตหรือกำหนดโดยกฎหมาย และเพื่อดำเนินการตามกฎระเบียบ คำสั่ง หรือข้อบังคับของสำนักงานประกันสังคม กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กรมสรรพากร กรมการจัดหางาน กรมตรวจคนเข้าเมือง เช่น การจัดทำทะเบียนลูกจ้าง การส่งเงินสมทบประกันสังคม การหักภาษี ณ ที่จ่าย เป็นต้น | ฐานประโยชน์อันชอบธรรม (Legitimate Interest) ในการดำเนินการดังกล่าวเพื่อความปลอดภัยและความมั่นคงของบุคคลทุกคนในอาณาบริเวณของสมาคมฯ และ ฐานหน้าที่ตามกฎหมาย (Legal Obligation) เมื่อสมาคมฯ จำเป็นต้องปฏิบัติตามภาระผูกพันทางกฎหมาย |
การส่งต่อและเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
สมาคมฯ จะไม่เปิดเผยและส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานไปยังหน่วยงานภายนอก เว้นแต่ได้รับคำยินยอมชัดแจ้งจากพนักงาน หรือเป็นไปตามกรณีดังต่อไปนี้
- เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ระบุในประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ สมาคมฯ อาจจำเป็นต้องเปิดเผยหรือแบ่งปันข้อมูลเฉพาะเท่าที่จำเป็นแก่ผู้ให้การสนับสนุนสมาคมฯ คู่ค้า ผู้ให้บริการ เช่น ผู้ให้บริการจัดทำเงินเดือน (Payroll) ผู้ให้บริการเว็บไซต์และซอฟต์แวร์ ผู้ให้บริการการรักษาพยาบาลหรือสุขภาพ ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ผู้ให้บริการสถานที่จัดงานหรือจัดเตรียมอาหาร สายการบิน โรงแรม ตัวแทนการท่องเที่ยว ผู้ให้เช่าพื้นที่อาคารและสถานที่จอดรถ หรือหน่วยงานภายนอก เช่น สถาบันการเงิน ธนาคาร กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ บริษัทหรือตัวแทนประกัน ที่ปรึกษาด้านต่าง ๆ เช่น การพัฒนาทรัพยากรบุคคล กฎหมาย บัญชี ภาษี รวมถึงผู้ตรวจสอบบัญชีและผู้ตรวจสอบภายใน โดยสมาคมฯ จะจัดทำข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายกำหนด
- สมาคมฯ อาจเปิดเผยหรือแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่สมาคมในเครือของสมาคมฯ โดยจะเป็นการประมวลผลข้อมูลภายใต้วัตถุประสงค์ที่ระบุในประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวฉบับนี้เท่านั้น
- กฎหมายหรือกระบวนการทางกฎหมายบังคับให้เปิดเผยข้อมูล หรือเปิดเผยต่อเจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่รัฐ หรือหน่วยงานที่มีอำนาจเพื่อปฏิบัติตามคำสั่งหรือคำขอที่ชอบด้วยกฎหมาย
- ให้แก่หน่วยงานรัฐตามหน้าที่ เช่น สำนักงานประกันสังคม กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กรมสรรพากร กรมบังคับคดี กรมอนามัย คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ สภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นต้น
ทั้งนี้ สมาคมฯ จะจัดทำข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายกำหนด
การถ่ายโอนหรือส่งต่อข้อมูลไปยังต่างประเทศ
สมาคมฯ อาจจะส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ โดยจะทำให้แน่ใจว่าประเทศปลายทางหรือหน่วยงานปลายทางมีมาตรฐานและประกาศในการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวที่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม ในการส่งหรือโอนข้อมูลดังกล่าวไม่ว่ากรณีใด ๆ สมาคมฯ จะปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล
สมาคมฯจะใช้มาตรการทางเทคนิค และการบริหารจัดการที่เหมาะสมเพื่อป้องกันและรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน โดยมีการเข้ารหัสสำหรับการส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานเฉพาะผู้เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนของข้อมูลที่จัดเก็บในรูปแบบเอกสารและอิเล็กทรอนิกส์
ระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูล
สมาคมฯ จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานไว้ตลอดระยะเวลาสัญญาจ้าง หรือพันธะผูกพันที่พนักงานมีต่อสมาคมฯ และสมาคมฯ สงวนสิทธิเก็บข้อมูลไว้อีกเป็นระยะเวลา 10 (สิบ) ปี หลังจากพนักงานพ้นสภาพพนักงาน เพื่อประโยชน์ในการปกป้องและต่อสู้สิทธิเรียกร้องต่าง ๆ ของสมาคมฯ เว้นแต่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนดให้สมาคมฯจำเป็นต้องเก็บข้อมูลส่วนบุคคลไว้เป็นระยะเวลาอื่น สมาคมฯอาจมีความจำเป็นต้องเก็บข้อมูลไว้เป็นระยะเวลาเกินกว่าที่ระบุ
การลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล
เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลตามประกาศความเป็นส่วนตัว หรือเมื่อมีคำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สมาคมฯจะดำเนินการลบ/ทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถระบุตัวตนได้ต่อไป ตามรูปแบบและมาตรฐานการลบทำลายข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดหรือตามมาตรฐานสากล
อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีข้อพิพาท การใช้สิทธิหรือคดีความอันเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน สมาคมฯ ขอสงวนสิทธิในการเก็บรักษาข้อมูลนั้นต่อไปจนกว่าข้อพิพาทนั้นจะได้มีคำสั่งหรือคำพิพากษาถึงที่สุด
วิธีการทำลายข้อมูลส่วนบุคคล
- กรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ในรูปของเอกสารสมาคมฯ จะพิจารณาใช้วิธีการทำลายข้อมูลตามความเหมาะสม โดยมีวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ฃ
1.1 การใช้เครื่องย่อย/บดกระดาษ
1.2 การเผา
1.3 การย่อยด้วยน้ำกับสารเคมี
1.4 การว่าจ้างผู้ให้บริการทำลายเอกสาร
(2) กรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ในรูปของข้อมูลดิจิทัล สมาคมฯ จะพิจารณาใช้วิธีการทำลายข้อมูลแบบ Secured data deletion ซึ่งจะทำให้แน่ใจได้ว่าข้อมูลที่ถูกลบนั้น จะไม่สามารถกู้คืนกลับมาได้
การเปลี่ยนแปลงประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว
สมาคมฯ อาจแก้ไขเพิ่มเติมประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวโดยประกาศในช่องทางการสื่อสารภายใน องค์กร พร้อมระบุวันที่แก้ไขเพิ่มเติมครั้งล่าสุด สมาคมฯ แนะนำให้พนักงานตรวจสอบประกาศนี้เป็นประจำ
สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ได้กำหนดสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไว้หลายประการ ทั้งนี้ พนักงานสามารถขอใช้สิทธิต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด และตามที่ระบุไว้ในประกาศฉบับนี้ได้ดังต่อไปนี้
1. สิทธิในการขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอเข้าถึง รับสำเนาและขอให้เปิดเผยที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลที่ สมาคมฯ เก็บรวบรวมไว้โดยปราศจากความยินยอมของท่าน เว้นแต่กรณีที่ สมาคมฯ มีสิทธิปฏิเสธคำขอของท่านด้วยเหตุตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล หรือกรณีที่การใช้สิทธิของท่านจะมีผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น
2. สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง สมบูรณ์และเป็นปัจจุบัน หากท่านพบว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วนหรือไม่เป็นปัจจุบัน ท่านมีสิทธิขอให้แก้ไขเพื่อให้มีความถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดได้
3. สิทธิในการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอให้ สมาคมฯ ลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลได้ต่อไป ทั้งนี้ การใช้สิทธิลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลนี้จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด หรือในกรณีดังต่อไปนี้
(ก) เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นในเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
(ข) เมื่อพนักงานถอนความยินยอมในการเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล และสมาคมฯ ไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลต่อไป
(ค) เมื่อพนักงานคัดค้านการเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล และ สมาคมฯ ไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะปฏิเสธได้ เว้นแต่ กรณีสมาคมฯ มีเหตุโดยชอบด้วยกฎหมายในการปฏิเสธคำขอของพนักงาน
4. สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ทั้งนี้ ในกรณีดังต่อไปนี้
(ก) เมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่สมาคมฯ ทำการตรวจสอบตามคำร้องขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง สมบูรณ์และเป็นปัจจุบัน
(ข) ข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลถูกเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
(ค) เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่ สมาคมฯ ได้แจ้งในการเก็บรวบรวม แต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลประสงค์ให้สมาคมฯ เก็บรักษาข้อมูลนั้นต่อไปเพื่อประกอบการใช้สิทธิตามกฎหมาย
(ง) เมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่ สมาคมฯ กำลังพิสูจน์ถึงเหตุอันชอบด้วยกฎหมายในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือตรวจสอบความจำเป็นในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อประโยชน์สาธารณะ อันเนื่องมาจากการที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ใช้สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
5. สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับท่าน เว้นแต่กรณีที่ สมาคมฯ มีเหตุในการปฏิเสธคำขอโดยชอบด้วยกฎหมาย เช่น สมาคมฯ สามารถแสดงให้เห็นว่าการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายยิ่งกว่า หรือเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องทางกฎหมาย หรือเพื่อประโยชน์อันชอบธรรมของสมาคมฯ โดยพนักงานมีสิทธิคัดค้านเมื่อใดก็ได้ ในกรณีดังต่อไปนี้
(ก) กรณีที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งสมาคมฯ ดำเนินการภายใต้ฐานประโยชน์ชอบด้วยกฎหมาย เว้นแต่สมาคมฯ ได้แสดงให้เห็นถึงเหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่สำคัญยิ่งกว่า หรือเพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
(ข) เพื่อวัตถุประวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรง
(ค) เพื่อการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ เว้นแต่ สมาคมฯ มีความจำเป็นเพื่อดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของสมาคมฯ
6. สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม ในกรณีที่ท่านได้ให้ความยินยอมแก่สมาคมฯ ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (ไม่ว่าความยินยอมนั้นจะได้ให้ไว้ก่อนหรือหลังพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มีผลใช้บังคับ) ท่านมีสิทธิถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกเก็บรักษาโดย สมาคมฯ เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธิ
โดยกฎหมายให้สมาคมฯ จำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลต่อไปหรือยังคงมีสัญญาระหว่างท่านกับสมาคมฯ ที่เป็นประโยชน์แก่ท่านอยู่
7. สิทธิในการขอรับ ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิในการขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจาก สมาคมฯ ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติและสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้โดยวิธีการอัตโนมัติ รวมถึงอาจขอให้สมาคมฯ ส่งหรือโอนข้อมูลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่น ทั้งนี้ การใช้สิทธินี้จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด
8. พนักงานมีสิทธิในการร้องเรียน ต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญตามกฎหมาย หากสมาคมฯ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
ทั้งนี้ สมาคมฯ ขอสงวนสิทธิในการพิจารณาคำร้องขอใช้สิทธิของท่านและดำเนินการตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
การติดต่อสอบถามหรือขอใช้สิทธิ
หากพนักงานมีข้อสงสัย ข้อเสนอแนะหรือข้อกังวลเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของสมาคมฯ หรือเกี่ยวกับประกาศฉบับนี้ หรือท่านต้องการใช้สิทธิตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านสามารถติดต่อสอบถามได้ตามรายละเอียดที่ปรากฏนี้
ช่องทางการติดต่อ
สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย
อาคาร วตท. อาคาร 2 ชั้น 3 เลขที่ 2/9หมู่ที่ 4 (โครงการนอร์ธปาร์ค) ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
เบอร์โทรศัพท์: +66 (0)2-955-1155
อีเมล:
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO)
อาคาร วตท. อาคาร 2 ชั้น 3 เลขที่ 2/9หมู่ที่ 4 (โครงการนอร์ธปาร์ค) ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
เบอร์โทรศัพท์: +66 (0)2955 1155 ต่อ 1100
อีเมล:
สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการประมวลข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกรวมว่า “สมาคมฯ”) มุ่งมั่นที่จะปกป้องความเป็นส่วนตัวของสมาชิกซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา สมาชิกซึ่งเป็นตัวแทนของนิติบุคคลสมาชิก ผู้เข้าร่วมการอบรมหลักสูตร การสัมมนา การประชุมในโครงการหรือกิจกรรมใด ๆ ที่จัดขึ้นโดยสมาคมฯ ผู้แทนและ/หรือผู้ประสานงาน รวมถึงเลขานุการหรือเลขานุการบริษัท รวมถึงผู้รับมอบอำนาจในการดำเนินการแทน ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ท่าน” หรือ “เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 สมาคมฯ จึงออกประกาศฉบับนี้ขึ้น เพื่อแจ้งข้อมูลให้แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ ตลอดจนเงื่อนไขต่าง ๆ ในการเก็บ รวมรวบ ใช้ และเปิดเผย (เรียกรวมกันว่า “การประมวลผลข้อมูล”) ข้อมูลส่วนบุคคล ดังนี้
ข้อมูลส่วนบุคคล
“ข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data)” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
“ข้อมูลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Data)” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ เช่น ข้อมูลจำลองใบหน้า ข้อมูลจำลอง ม่านตา หรือข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ
ข้อมูลส่วนบุคคลที่สมาคมฯ เก็บรวบรวม
ในการเก็บรวบรวม และเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล สมาคมฯ จะใช้วิธีการที่ชอบด้วยกฎหมายและจำกัดเพียงเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์การดำเนินงานของสมาคมฯ อันประกอบด้วย
- ข้อมูลที่ระบุตัวตนได้ หรือข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ-นามสกุล ชื่อเล่น อายุ วันเดือนปีเกิด สัญชาติ เลขประจำตัวประชาชน เลขประจำตัวผู้เสียภาษี เลขที่หนังสือเดินทาง เลขใบขับขี่ ลายมือชื่อ รูปถ่าย รูปภาพ สถานภาพสมรส อาชีพ ตำแหน่ง วุฒิการศึกษา ประวัติการทำงาน ทักษะ ความเชี่ยวชาญ ความถนัด ผลงานรางวัลเกียรติคุณ เป็นต้นข้อมูลสำหรับการติดต่อ เช่น ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล Facebook ID Line ชื่อบัญชีโซเชียลมีเดีย/เครือข่าย เป็นต้น
- ข้อมูลเอกสารทางราชการ เช่น สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาหนังสือเดินทาง เลขที่ใบต่างด้าว เป็นต้น
- ข้อมูลทางการเงิน เช่น สำเนาหน้าบัญชีธนาคาร หมายเลขบัญชีธนาคาร ธนาคาร/สาขา ประเภทบัญชี ข้อมูลเลขบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต เป็นต้น
- ข้อมูลสมาชิก เช่น หมายเลขสมาชิก ประเภทสมาชิก ผลประโยชน์ของสมาชิก ประวัติการทำธุรกรรมการเงินเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม วันที่เริ่มต้นการเป็นสมาชิก
- วันสิ้นสุดความเป็นสมาชิก อายุการเป็นสมาชิก
- ข้อมูลที่ได้จากระบบของสมาคมฯ หรือระบบอัตโนมัติจากอุปกรณ์ต่างๆ ของสมาคมฯ เช่น หมายเลข IP Address คุกกี้ (Cookie) พฤติกรรมการใช้บริการ ประวัติการใช้บริการ เสียงภาพถ่าย ภาพเคลื่อนไหว รายละเอียดเครือข่ายสังคมหรือชื่อบัญชี Social Media ช่องการสนทนา (Chat) ตำแหน่งที่ตั้ง (Geolocation) เป็นต้น
- ข้อมูลการเข้าร่วมกิจกรรม เช่น ภาพถ่ายหรือวีดิโอ ประวัติการเข้าร่วมกิจกรรม กิจกรรมที่สนใจ อาหารที่ชอบหรือไม่ชอบ เป็นต้น
- ข้อมูลอื่นที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลที่บังคับใช้ หรือตามที่แจ้งให้ท่านทราบ ณ จุดที่ทำธุรกรรมกับสมาคมฯ เป็นต้น
โดยสมาคมฯ จะดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อน ยกเว้นในกรณีดังต่อไปนี้
- เพื่อปฏิบัติตามสัญญา กรณีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อความจำเป็นต่อการให้บริการหรือปฏิบัติตามสัญญาระหว่างเจ้าของข้อมูล และสมาคมฯ
- เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพ
- เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย
- เพื่อผลประโยชน์อันชอบโดยกฎหมายของสามคมฯ กรณีมีความจำเป็นเพื่อประโยชน์อันชอบธรรมในการดำเนินงานของสมาคมฯ โดยสมาคมฯ จะพิจารณาถึงสิทธิของเจ้าของข้อมูลเป็นสำคัญ เช่น เพื่อป้องกันการฉ้อโกง การรักษาความปลอดภัยในระบบเครือข่าย การปกป้องสิทธิเสรีภาพ และประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลเป็นต้น
- เพื่อการศึกษาวิจัยหรือสถิติ กรณีที่มีการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุเพื่อประโยชน์สาธารณะหรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
- เพื่อปฏิบัติภารกิจของรัฐ กรณีมีความจำเป็นต่อการปฏิบัติตามภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือการปฏิบัติหน้าที่ตามอำนาจรัฐที่สมาคมฯ ได้รับมอบหมาย
ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว
สมาคมฯ อาจจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลที่มีความอ่อนไหว เช่น ศาสนา เชื้อชาติ ข้อมูลชีวภาพ ข้อมูลความพิการ ข้อมูลสุขภาพ โดยสมาคมฯ จะทำการขอคำยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทุกครั้งในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย เว้นแต่
- เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
- เป็นการดำเนินกิจกรรมโดยชอบด้วยกฎหมายที่มีการคุ้มครองที่เหมาะสมของมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการเมือง ศาสนา ปรัชญา หรือสหภาพแรงงาน ให้แก่สมาชิกผู้ซึ่งเคยเป็นสมาชิก หรือผู้ซึ่งมีการติดต่อ
- อย่างสม่ำเสมอกับมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กร ที่ไม่แสวงหากำไรตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวโดยไม่ได้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นออกไปภายนอกมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรนั้น
- เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะด้วยความยินยอมโดยชัดแจ้งของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
- เป็นการจำเป็นเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
- เป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับ
5.1. เวชศาสตร์ป้องกันหรืออาชีวเวชศาสตร์
5.2. ประโยชน์ด้านการสาธารณะสุข เช่น การป้องกันด้านสุขภาพจากโรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาด
5.3. การคุ้มครองแรงงาน การประกันสังคม หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของผู้มีสิทธิตามกฎหมาย การคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือการคุ้มครองทางสังคม
5.4. การศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ หรือประโยชน์สาธารณะอื่น
5.5. ประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ
แหล่งที่มาของข้อมูล
- ข้อมูลจากเจ้าของข้อมูลโดยตรง ที่ท่านได้ให้ไว้ในกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การเข้าทำสัญญา การสมัครสมาชิก การลงทะเบียนเพื่อใช้บริการทั้งทางช่องทางออฟไลน์และช่องทางออนไลน์ การตอบแบบสอบถาม สมัครรับข้อมูลข่าวสาร ข้อมูลจากการตอบคำถามระหว่างการสนทนา หรือการทำแบบสำรวจการเข้าร่วมกิจกรรมทางการตลาด ช่องทางเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือช่องทางอื่นของ สมาคมฯ การเข้าและออกภายในอาคารของสมาคมฯ การตอบแบบสอบถามเพื่อประเมินความพึงพอใจของการบริการ การตอบโต้ทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) หรือการกรอก/ให้ข้อมูลประกอบการสมัครงาน หรือช่องทางการสื่อสารอื่น ๆ ระหว่างสมาคมฯ และท่าน
- ข้อมูลจากบุคคลที่สามที่มีความเกี่ยวข้อง เช่น ญาติ คนในครอบครัว หรือผู้ใช้อำนาจปกครอง
- ข้อมูลจากระบบอัตโนมัติ เช่น ภาพจากกล้องวงจรปิด (CCTV) ข้อมูลจากแอปพลิเคชัน การบันทึกเสียงทางระบบ Call Center
- ข้อมูลจากแหล่งอื่น เช่น ข้อมูลสาธารณะ ข้อมูลจากหน่วยงานพันธมิตร หน่วยงานราชการ หรือ หน่วยงานในเครือของสมาคมฯ ตลอดจนข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ ที่ผู้ใช้บริการได้มอบไว้ให้
วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
การประมวลผลข้อมูลที่ระบุไว้ภายใต้ประกาศฉบับนี้ สมาคมฯ อาจนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ตามวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้หรือตามวัตถุประสงค์อื่น ๆ ที่แจ้งก่อนหรือขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลหรือที่ท่านได้ให้ความยินยอมหลังจากสมาคมฯ ดำเนินการเก็บข้อมูลไปแล้ว รายละเอียดดังต่อไปนี้
- เพื่อเข้าทำสัญญา หรือปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาระหว่างสมาคมฯกับเจ้าของข้อมูล หรือปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาระหว่างสมาคมฯ กับบุคคลภายนอกเพื่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูล รวมถึงเพื่อการพิจารณาและลงนามในสัญญา ก
- เพื่อใช้ข้อมูลสำหรับการยืนยันตัวตนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือระบุตัวตนในการเข้าถึงบริการผ่านช่องทางต่าง ๆ หรือการติดต่อกับสมาคมฯ รวมถึงการแลกบัตร การลงทะเบียน การบันทึกประวัติหรือข้อมูลที่จำเป็น เป็นต้น
- เพื่อพิจารณาคุณสมบัตรของสมาชิกตามข้อบังคับของสมาคมฯ
- เพื่อการบริหารจัดการเกี่ยวกับสมาชิก การรับรองสถานะสมาชิก เช่น การรับสมัครสมาชิก การชำระค่าสมาชิก การจัดทำทะเบียนข้อมูลสมาชิกและกรรมการสมาชิก การจัดทำและส่งบัตรสมาชิก การจัดทำและบันทึกประวัติการเข้าร่วมกิจกรรม การดูแลและเปลี่ยนแปลงสถานะสมาชิก การต่ออายุหรือการยกเลิกสมาชิก เป็นต้น
- เพื่อการติดต่อประสานงานสำหรับการดำเนินการที่จำเป็น
- เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยภายในสมาคมฯ การป้องกันอุบัติเหตุและอาชญากรรม รวมถึงการใช้กล้องวงจรปิด (CCTV) ในการบันทึกภาพบุคคลที่อยู่บริเวณอาคาร สถานที่ปฏิบัติงานของสมาคมฯ
- เพื่อการประชาสัมพันธ์แบบตรง สำหรับนำเสนอข่าวสารหรือกิจกรรมที่ท่านอาจสนใจ
- เพื่อให้ข้อมูลและแนะนำสินค้า ผลิตภัณฑ์ การบริการ หรือประชาสัมพันธ์ทางการตลาดรายการเพื่อการพัฒนากิจกรรมของสมาคมฯ หรือสิทธิประโยชน์ผ่านช่องทางการติดต่อที่ได้รับจากเจ้าของข้อมูล
- เพื่อการสั่งซื้อสินค้า การจัดส่งสินค้าและการให้บริการเพื่อตอบสนองความต้องการหรือข้อร้องเรียนต่าง ๆ
- เพื่อใช้ในการดำเนินกิจการ ประเมินผล และปรับปรุงธุรกิจ เพื่อพัฒนาคุณภาพของการดำเนินการ สินค้าและบริการ
- เพื่อการบริหารจัดการคำสั่งซื้อ ส่งมอบ ติดตาม จัดส่ง การเปลี่ยน จัดเตรียมผลิตภัณฑ์และบริการ ประกาศผลคะแนน/รางวัลที่ท่านได้รับ การจัดอบรมและการบรรยายเพื่อให้ความรู้ การจัดประชุมประจำปี รวมถึงการจัดการในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามสัญญา ซึ่งหากไม่ได้ดำเนินการแล้วจะกระทบต่อการให้บริการของสมาคมฯ หรือจะทำให้สมาคมฯ ไม่สามารถให้บริการได้อย่างเป็นธรรมและต่อเนื่อง
- เพื่อการพิจารณาสรรหาบุคคลที่เหมาะสมในการเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการของ
- สมาคมฯ ตามคุณสมบัติแห่งข้อบังคับของสมาคมฯ
- เพื่อการร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของสมาคมฯ
- เพื่อดำเนินกิจกรรมใด ๆ ทางบัญชีและการเงิน เช่น การรับชำระเงิน การตรวจสอบบัญชี การแจ้งและเรียกเก็บหนี้ การออกใบแจ้งหนี้ การออกใบกำกับภาษี และหลักฐานการดำเนินธุรกรรมต่าง ๆ ตามประมวลรัษฎากรและกฎหมายหรือประกาศอื่นใดที่เกี่ยวข้อง
- เพื่อประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของสมาคมฯ เช่น การบันทึกเสียงการร้องเรียนผ่านระบบ Call Center การบันทึกภาพผ่านกล้องวงจรปิด (CCTV) การบันทึกเข้าและออก ภายในสมาคมฯ
- เพื่อการเผยแพร่บันทึกภาพบรรยากาศและบันทึกภาพเคลื่อนไหวของกิจกรรมฯ ผ่านเว็บไซต์ และ/หรือ โซเชียลมีเดียของสมาคมฯ (ที่ไม่ใช่ Targeted Advertisement)
- เพื่อการดำเนินการตามกระบวนการและการปฏิบัติตามข้อบังคับ กฎ ระเบียบของสมาคมฯ
- เพื่อการอำนวยความสะดวกให้แก่ท่าน เช่น การจัดทำป้ายชื่อ การจัดเตรียมอาหารที่เหมาะสม การจองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก และการดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้อง
- เพื่อตอบสนองต่อคำขอของท่าน เช่น การรับเรื่องร้องเรียน
- เพื่ออำนวยความสะดวกและนำเสนอรายการสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ
- เพื่อจุดประสงค์ด้านการตลาด การส่งเสริมการขาย และการประชาสัมพันธ์ เช่น การส่งข้อมูลเกี่ยวกับโปรโมชัน ผลิตภัณฑ์และบริการ รายการส่งเสริมการขาย และธุรกิจพันธมิตร
- เพื่อเก็บประวัติการใช้บริการ การเข้าร่วมกิจกรรม การประเมิน การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อเลือกสินค้าให้ตรงกับความต้องการของท่านอย่างเหมาะสม รวมถึงสำรวจความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ วิจัยตลาด เพื่อเป็นข้อมูลในการปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการ หรือสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ
- เพื่อการจัดประชุมใหญ่ จัดทำและส่งหนังสือเชิญประชุมใหญ่สามัญประจำปี และการจัดทำรายงานการประชุม
- เพื่อการดำเนินการภายในของสมาคมฯ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การตรวจสอบภายในของสมาคมฯ การปรึกษากับที่ปรึกษา เช่น ด้านกฎหมาย ด้านบัญชี และด้านภาษี รวมถึงด้านต่าง ๆ ในประเด็นที่เกี่ยวข้อง
- เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย และการดำเนินคดีต่าง ๆ รวมถึงเป็นหลักฐานประกอบการดำเนินคดี (หากมี) กับผู้ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการดำเนินการเพื่อบังคับคดีตามกฎหมาย
- เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย คำสั่งของหน่วยงาน องค์กรอิสระ หรือเจ้าพนักงานที่มีหน้าที่และอำนาจตามกฎหมาย เช่น การปฏิบัติตามหมายเรียก หมายอายัด คำสั่งของศาล เจ้าหน้าที่ตำรวจ อัยการ หน่วยงานราชการ
- วัตถุประสงค์อื่น ๆ ที่ได้รับคำยินยอมชัดแจ้งจากท่าน
- อย่างไรก็ตาม หากท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นสำหรับการดำเนินการเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย หรือสัญญาหรือการให้บริการแก่ท่าน สมาคมฯ อาจไม่สามารถจัดทำหรือดำเนินการตามสัญญา ไม่สามารถให้บริการ ให้สิทธิประโยชน์ ส่งมอบทรัพย์สิน ดำเนินการตามคำขอหรือธุรกรรมของท่านได้ ซึ่งอาจส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการหรือได้รับสิทธิประโยชน์บางประการจากสมาคมฯ
การส่งต่อและเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
สมาคมฯ จะไม่เปิดเผยและส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังหน่วยงานภายนอก เว้นแต่ได้รับคำยินยอมชัดแจ้งจากท่าน หรือเป็นไปตามกรณีดังต่อไปนี้
1. เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ระบุในนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ สมาคมฯ อาจจำเป็นต้องเปิดเผยหรือแบ่งปันข้อมูลเฉพาะเท่าที่จำเป็นแก่ผู้ให้การสนับสนุนสมาคมฯ คู่ค้า ผู้ให้บริการ หรือหน่วยงานภายนอก ดังต่อไปนี้
1.1. ธุรกิจคู่ค้า และธุรกิจพันธมิตร รวมถึงหุ้นส่วนทางธุรกิจ
1.2. ตัวแทน หรือคู่ค้าที่ให้บริการแก่สมาคมฯ หรือดำเนินการใด ๆ ในฐานะตัวแทนของ สมาคมฯ เช่น ผู้ให้บริการขนส่ง ผู้ประเมินอิสระ (IA-CAC) ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ผู้ให้บริการเก็บและทำลายเอกสาร ผู้รับจ้างทำกิจกรรมทางการตลาด และสื่อโฆษณา ผู้ให้บริการวิเคราะห์ทางการตลาด ผู้รับจ้างพัฒนาและดูและระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีสารสนเทศ สายการบินและโรงแรม ผู้ให้บริการด้านสถานที่จัดงาน ผู้ให้บริการด้านการจัดเตรียมอาหาร ตัวแทนการท่องเที่ยว
ผู้ตรวจสอบบัญชี ทนายความ ที่ปรึกษากฎหมายหรือภาษี รวมถึงวิทยากร ผู้บรรยายที่ทางสมาคมฯ ติดต่อให้มาบรรยายแก่สมาชิกและผู้เข้าร่วมกิจกรรม เป็นต้น
1.3. สถาบันการเงิน ธนาคาร และผู้ให้บริการชำระเงิน เช่น บริษัทบัตรเครดิต
หรือเดบิต เป็นต้น
- คณะกรรมการชุดต่าง ๆ ของสมาคม เช่น คณะกรรมการ CAC คณะกรรมการพิจารณารับรอง CAC เป็นต้น
- สมาคมฯ อาจเปิดเผยหรือแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่ หน่วยงานภายใต้สมาคมฯ โดยจะเป็นการประมวลผลข้อมูลภายใต้วัตถุประสงค์ที่ระบุในนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้เท่านั้น
- บุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ประสานงาน ผู้รับมอบอำนาจ เลขนุการ ตัวแทน ผู้มาติดต่อ และ/หรือหน่วยงานหรือองค์กรที่ท่านเป็นกรรมการ บุคคลภายนอกที่สนใจติดต่อกรรมการอาชีพในทำเนียบกรรมการอาชีพ รวมถึงบุคคลที่เยี่ยมชมเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย หรือแอปพลิเคชันของสมาคมฯ เป็นต้น
- กฎหมายหรือกระบวนการทางกฎหมายบังคับให้เปิดเผยข้อมูล หรือเปิดเผยต่อเจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่รัฐ หรือหน่วยงานที่มีอำนาจเพื่อปฏิบัติตามคำสั่งหรือคำขอที่ชอบด้วยกฎหมาย
- ให้แก่หน่วยงานรัฐตามหน้าที่ของนายจ้าง เช่น กรมสรรพากร กรมบังคับคดี เป็นต้น
ทั้งนี้ สมาคมฯ จะจัดทำข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายกำหนด
การถ่ายโอนหรือส่งต่อข้อมูลไปยังต่างประเทศ
สมาคมฯ อาจจะส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ โดยจะทำให้แน่ใจว่าประเทศปลายทางหรือหน่วยงานปลายทางมีมาตรฐานและประกาศในการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวที่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม ในการส่งหรือโอนข้อมูลดังกล่าวไม่ว่ากรณีใด ๆ สมาคมฯ จะปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล
สมาคมฯ ได้จัดทำและ/หรือเลือกใช้ระบบการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลให้มีกลไกและเทคนิคที่เหมาะสม พร้อมทั้งมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากพนักงาน ลูกจ้าง และตัวแทนของสมาคมฯ เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกนำไปใช้ เปิดเผย ทำลาย หรือเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต
ระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูล
สมาคมฯ จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตลอดระยะเวลาตราบเท่าที่จำเป็นต่อการประมวลผลตามวัตถุประสงค์ในประกาศฉบับนี้เท่านั้น แต่จะไม่เกินกว่าระยะเวลา 10 (สิบ) ปี เว้นแต่มีความจำเป็นต้องเก็บข้อมูลส่วนบุคคลไว้ด้วยเหตุอื่นใด เช่น เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือการตรวจสอบกรณีการเกิดข้อพิพาท สมาคมฯ อาจมีความจำเป็นต้องเก็บข้อมูลไว้เป็นระยะเวลาเกินกว่าที่ระบุ
การเปลี่ยนแปลงประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว
สมาคมฯ อาจแก้ไขเพิ่มเติมนโยบายความเป็นส่วนตัวโดยจะประกาศบนเว็บไซต์ พร้อมระบุวันที่แก้ไขเพิ่มเติมครั้งล่าสุด สมาคมฯ แนะนำให้ท่านตรวจสอบประกาศฉบับนี้เป็นประจำ โดยการที่ท่านใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการทางเว็บไซต์ของสมาคมฯ ต่อไปหลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงประกาศความเป็นส่วนตัวจะถือว่าท่านยอมรับเงื่อนไขที่เปลี่ยนแปลงนั้นแล้ว
การทำลายข้อมูลส่วนบุคคล
เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลตามประกาศความเป็นส่วนตัว หรือเมื่อมีคำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สมาคมฯจะดำเนินการลบ/ทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถระบุตัวตนได้ต่อไป ตามรูปแบบและมาตรฐานการลบทำลายข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดหรือตามมาตรฐานสากล
อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีข้อพิพาท การใช้สิทธิหรือคดีความอันเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน สมาคมฯ ขอสงวนสิทธิในการเก็บรักษาข้อมูลนั้นต่อไปจนกว่าข้อพิพาทนั้นจะได้มีคำสั่งหรือคำพิพากษาถึงที่สุด
วิธีการทำลายข้อมูลส่วนบุคคล
(1) กรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ในรูปของเอกสารสมาคมฯ จะพิจารณาใช้วิธีการทำลายข้อมูลตามความเหมาะสม โดยมีวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
1.1 การใช้เครื่องย่อย/บดกระดาษ
1.2 การเผา
1.3 การย่อยด้วยน้ำกับสารเคมี
1.4 การว่าจ้างผู้ให้บริการทำลายเอกสาร
(2) กรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ในรูปของข้อมูลดิจิทัล สมาคมฯ จะพิจารณาใช้วิธีการทำลายข้อมูลแบบ Secured data deletion ซึ่งจะทำให้แน่ใจได้ว่าข้อมูลที่ถูกลบนั้น จะไม่สามารถกู้คืนกลับมาได้
สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านสามารถขอใช้สิทธิต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด และตามที่ระบุไว้ในประกาศฉบับนี้ได้ดังต่อไปนี้
- สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม ท่านมีสิทธิจะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ เว้นแต่ มีข้อจำกัดสิทธิโดยกฎหมายหรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่าน ทั้งนี้ การถอนความยินยอมจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมแก่ สมาคมฯ ก่อนหน้าแล้วโดยชอบด้วยกฎหมาย
- สิทธิในการขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิเข้าถึง หรือขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่สมาคมฯ ได้เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย และขอให้เปิดเผยถึงแหล่งที่มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลโดยที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอม เว้นแต่กรณีที่สมาคมฯ มีสิทธิปฏิเสธคำขอของท่านตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล หรือกรณีที่คำขอของท่านจะมีผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น
- สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลบุคคลให้เป็นปัจจุบัน ถูกต้อง สมบูรณ์ ท่านมีสิทธิขอให้สมาคมฯ แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบันและไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ทั้งนี้ การแก้ไขดังกล่าว สมาคมฯ สามารถดำเนินการได้แม้ท่านจะไม่ร้องขอ
- สิทธิในการขอลบหรือทำลาย ท่านมีสิทธิขอให้สมาคมฯ ลบหรือทำลายหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ในกรณีดังต่อไปนี้
- 4.1. เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นในเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
- 4.2. เมื่อท่านถอนความยินยอมในการเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลและสมาคมฯ ไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลต่อไป
- 4.3. เมื่อท่านคัดค้านการเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล และสมาคมฯไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะปฏิเสธได้ เว้นแต่กรณีที่สมาคมฯมีเหตุโดยชอบด้วยกฎหมายในการปฏิเสธคำขอของท่าน
- สิทธิในการขอรับหรือขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่สมาคมฯ ได้ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติและสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมถึงมีสิทธิขอให้สมาคมฯ ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังบุคคลภายนอก เว้นแต่ โดยสภาพทางเทคนิคไม่สามารถทำได้ หรือเป็นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย หรือการใช้สิทธิละเมิดต่อสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น
- สิทธิในการขอคัดค้าน ท่านมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อใดก็ได้ ในกรณีดังต่อไปนี้
- 6.1. กรณีที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งสมาคมฯดำเนินการภายใต้ฐานประโยชน์ชอบด้วยกฎหมาย เว้นแต่ สมาคมฯ ได้แสดงให้เห็นถึงเหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่สำคัญยิ่งกว่า หรือเพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
- 6.2. เพื่อวัตถุประวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรง
- 6.3. เพื่อการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ เว้นแต่ สมาคมฯ มีความจำเป็นเพื่อดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของสมาคมฯ
- สิทธิในการขอระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีดังต่อไปนี้
- 7.1. เมื่อสมาคมฯ อยู่ในระหว่างการตรวจสอบตามที่ท่านได้ขอให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
- 7.2. เมื่อเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องลบหรือทำลาย
- 7.3. เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวหมดความจำเป็น เนื่องจากท่านมีความจำเป็นต้องขอให้เก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เพื่อใช้ในการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
- 7.4. เมื่อสมาคมฯ อยู่ในระหว่างการพิสูจน์สิทธิในการปฏิเสธคำขอการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
- ท่านมี สิทธิในการร้องเรียน ต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หากสมาคมฯ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
- หากท่านมีข้อสงสัยหรือมีความประสงค์จะแก้ไข ลบข้อมูล ใช้สิทธิ หรือติดต่อเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับข้อมูลของท่าน กรุณาติดต่อผ่านช่องทางการติดต่อด้านล่าง
ช่องทางการติดต่อ
สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย
อาคาร วตท. อาคาร 2 ชั้น 3 เลขที่ 2/9หมู่ที่ 4 (โครงการนอร์ธปาร์ค) ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
เบอร์โทรศัพท์: +66 (0)2-955-1155
อีเมล:
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO)
อาคาร วตท. อาคาร 2 ชั้น 3 เลขที่ 2/9หมู่ที่ 4 (โครงการนอร์ธปาร์ค) ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
เบอร์โทรศัพท์: +66 (0)2955 1155 ต่อ 1100
อีเมล:
สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการประมวลข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกรวมว่า “สมาคมฯ”) ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและรักษาความเป็นส่วนตัวของท่าน สมาคมฯ เข้าใจถึงความสำคัญของการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและมุ่งมั่นที่จะรักษาความลับและความปลอดภัยของข้อมูลดังกล่าว ทางสมาคมฯ จึงได้พัฒนาประกาศความเป็นส่วนตัวนี้ขึ้น เพื่อให้ท่านได้เข้าใจอย่างชัดเจนว่าสมาคมฯ เก็บรวบรวม ใช้เปิดเผย ประมวลผล และปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของคู่ค้า คู่สัญญา ผู้ให้บริการ ผู้รับจ้าง ผู้ให้การสนับสนุน
ที่ปรึกษาของสมาคมฯ วิทยากร ผู้บรรยาย ผู้เขียนบทความ ผู้ตรวจสอบอิสระ รวมถึงเลขานุการ ผู้ติดต่อ หรือผู้ประสานงาน ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่ารวมว่า “คู่ค้า” หรือ “ท่าน” หรือ “เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” หรือเมื่อท่านได้ทำงานร่วมกับสมาคมฯ ในฐานะบุคคลที่สาม
ข้อมูลส่วนบุคคล
“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
“ข้อมูลที่มีความอ่อนไหว” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ เช่น ข้อมูลจำลองใบหน้า ข้อมูลจำลองม่านตา หรือข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ
ทั่วไป
เงื่อนไขทั้งหมดที่ใช้ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ให้ถือว่ามีความหมายตามที่ระบุไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัวของสมาคมฯ ที่เว็บไซต์ เว้นแต่ระบุไว้เป็นอย่างอื่นในเอกสารฉบับนี้ ทั้งนี้ แนวทางการจัดการและดำเนินการต่าง ๆ เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของสมาคมฯ จะยังคงเป็นไปตามที่ระบุไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัวตราบใดที่ไม่ขัดแย้งกันกับความในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้
การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (ข้อมูลใดบ้างที่สมาคมฯ เก็บรวบรวม)
สมาคมฯ จะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับผู้ถือหุ้น กรรมการ เจ้าหน้าที่ ผู้ประสานงาน ลูกจ้าง ตัวแทน ผู้รับเหมาช่วง หรือตัวแทนของท่านที่ดำเนินการแทนและในนามของท่านตามข้อกำหนดของสมาคมฯ สำหรับการรับรองคู่ค้า และการตรวจสอบความครบถ้วนเมื่อท่านให้ข้อมูลต่อไปนี้แก่สมาคมฯ ด้วยตนเองหรือทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านแพลตฟอร์มของสมาคมฯ หรือเมื่อท่านสื่อสารกับสมาคมฯ และ/หรือตัวแทนที่ได้รับอนุญาตของสมาคมฯผ่านสื่อและช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ
เพื่อให้ทางสมาคมฯ ได้รวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้วัตถุประสงค์ ขอบเขต และวิธีการที่ถูกต้องตามกฎหมายและสมเหตุสมผลตามความจำเป็น ซึ่งกำหนดไว้ในขอบเขตของวัตถุประสงค์ขององค์กรของสมาคม ฯ ข้อมูลส่วนบุคคลที่สมาคม ฯ เก็บรวบรวมมีดังนี้ :
- ข้อมูลที่ระบุตัวตนได้ หรือข้อมูลส่วนตัว เช่น คำนำหน้า ชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น เพศ รูปถ่าย วันเดือนปีเกิด อายุ สัญชาติ หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขหนังสือเดินทาง หมายเลขทะเบียนรถ สถานภาพสมรส ตำแหน่ง อาชีพ ประวัติการศึกษา ประวัติการฝึกอบรม ประวัติการทำงาน ทักษะ ความเชี่ยวชาญ ความถนัด รางวัลเกียรติคุณ บันทึกล้องวงจรปิด (CCTV) เป็นต้น
- ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่ปัจจุบัน ที่อยู่ถาวร อีเมล หมายเลขโทรศัพท์ ID LINE Facebook ชื่อบัญชีโซเชียลมีเดีย/เครือข่าย และข้อมูลของบุคคลที่ติดต่อในกรณีฉุกเฉิน
- ข้อมูลทางการเงิน เช่น หมายเลขบัญชีธนาคาร ประเภทบัญชี ธนาคาร/สาขา ค่าตอบแทน ข้อมูลภาษี การหักค่าลดหย่อน หรือค่าใช้จ่าย
- ข้อมูลการสื่อสาร เช่น ภาพถ่ายหรือบันทึกเสียงเมื่อติดต่อกับสมาคม
- ข้อมูลการเข้าร่วมกิจกรรมที่จัดขึ้นโดยสมาคมฯ เช่น ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ข้อร้องเรียน เสียงเมื่อท่านเข้าร่วมการประชุม บันทึกการศึกษาและการฝึกอบรม หรือกิจกรรมอื่นใดกับสมาคมฯ เป็นต้น
- ข้อมูลที่ได้จากเก็บรวบรวมของสมาคมฯ หรือระบบอัตโนมัติจากอุปกรณ์ต่าง ๆ ของสมาคมฯ เช่น หมายเลขไอพี (IP Address) คุกกี้ (Cookie) ข้อมูลการใช้งานและการเข้าถึงระบบสารสนเทศ (Log files) ชื่อบัญชีโซเชียล (Social Media) ช่องการสนทนา (Chat) เป็นต้น
โดยสมาคมฯ จะดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อน ยกเว้นในกรณีดังต่อไปนี้
- เพื่อปฏิบัติตามสัญญา กรณีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อคจำเป็นต่อการให้บริการหรือปฏิบัติตามสัญญาระหว่างเจ้าของข้อมูลและสมาคมฯ
- เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพ
- เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย
- เพื่อผลประโยชน์อันชอบโดยกฎหมายของสมาคมฯ กรณีมีความจำเป็นเพื่อประโยชน์อันชอบธรรมในการดำเนินงานของสมาคมฯ โดยสมาคมฯ จะพิจารณาถึงสิทธิของเจ้าของข้อมูลเป็น
- สำคัญ เช่น เพื่อป้องกันการฉ้อโกง การรักษาความปลอดภัยในระบบเครือข่าย การปกป้องสิทธิเสรีภาพ และประโยชน์ของเจ้าของข้อมูล เป็นต้น
- เพื่อการศึกษาวิจัยหรือสถิติ กรณีที่มีการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูล
- เพื่อปฏิบัติภารกิจของรัฐ กรณีมีความจำเป็นต่อการปฏิบัติตามภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือการปฏิบัติหน้าที่ตามอำนาจรัฐที่สมาคมฯ ได้รับมอบหมาย
ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว
สมาคมฯ อาจจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลที่มีความอ่อนไหว เช่น ศาสนา เชื้อชาติ ข้อมูลชีวภาพ ข้อมูลความพิการ ข้อมูลสุขภาพ ประวัติอาชญากรรม โดยสมาคมฯ จะทำการขอคำยินยอมจากพนักงานทุกครั้งในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย เว้นแต่
- เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคลซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมได้
- เป็นการดำเนินกิจกรรมโดยชอบด้วยกฎหมายที่มีการคุ้มครองที่เหมาะสมของมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กร ที่ไม่แสวงหากำไรที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการเมือง ศาสนา ปรัชญา หรือสหภาพแรงงาน ให้แก่สมาชิกผู้ซึ่งเคยเป็นสมาชิก หรือผู้ซึ่งมีการติดต่ออย่างสม่ำเสมอกับมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กร ที่ไม่แสวงหากำไรตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวโดยไม่ได้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นออกไปภายนอกมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรนั้น
- เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะด้วยความยินยอมโดยชัดแจ้งของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
- เป็นการจำเป็นเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
- เป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับ
5.1 เวชศาสตร์ป้องกันหรืออาชีวเวชศาสตร์ การประเมินความสามารถในการทำงานของลูกจ้าง การวินิจฉัยโรคทางการแพทย์ การให้บริการด้านสุขภาพหรือด้านสังคม การรักษาทางการแพทย์ การจัดการด้านสุขภาพ หรือระบบการให้บริการด้านสังคมสงเคราะห์
5.2 ประโยชน์ด้านการสาธารณะสุข เช่น การป้องกันด้านสุขภาพจากโรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาด
5.3 การคุ้มครองแรงงาน การประกันสังคม หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของผู้มีสิทธิตามกฎหมาย การคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือการคุ้มครองทางสังคม
5.4 การศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ หรือประโยชน์สาธารณะอื่น
5.5 ประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ
แหล่งที่มาของข้อมูล
1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับโดยตรงจากท่านผ่านกิจกรรมใด ๆ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการสมัครสมาชิก การสมัครรับจดหมายข่าว กิจกรรมการตลาด เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือช่องทางอื่น ๆ ของสมาคมฯ การเข้าและออกจากอาคารของสมาคมฯ การฝึกอบรม การจัดซื้อ การตอบกลับทางอีเมล หรือการกรอก/ให้ข้อมูลผ่านช่องทางการสื่อสารอื่นๆ ระหว่างสมาคมฯ และท่าน และ
2. ข้อมูลส่วนบุคคลจากบุคคลที่สามที่เกี่ยวข้อง เช่น ญาติ พี่น้อง สมาชิกในครอบครัว และ
3. สามารถรับข้อมูลได้จากระบบอัตโนมัติ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการบันทึกจากกล้องวงจรปิด และ
4. ข้อมูลส่วนบุคคลสามารถรับได้จากแหล่งอื่น ๆ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงข้อมูลสาธารณะและพันธมิตรของสมาคมฯ
วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
สมาคมฯ อาจใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ต่อไปนี้หรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่น ๆ ที่แจ้งให้ทราบในขณะรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลหรือที่ท่านได้ให้ความยินยอมหลังจากที่สมาคมฯ รวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวแล้ว วัตถุประสงค์ในการรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยมีดังต่อไปนี้
- เพื่อเข้าทำสัญญา หรือปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาระหว่างสมาคมฯ กับเจ้าของข้อมูลซึ่งเป็นคู่สัญญา หรือปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาระหว่างสมาคมฯ กับบุคคลภายนอกเพื่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
- เพื่อสรรหาบุคลที่เหมาะสมในการเข้าเป็นคู่ค้ากับสมาคมฯ
- เพื่อการติดต่อประสานงานกับคู่ค้า
- ใช้ข้อมูลในการยืนยันตัวตนของท่าน หรือระบุตัวตนของท่านในการเข้าถึงบริการผ่านช่องทางต่าง ๆ หรือการติดต่อกับสมาคมฯ รวมถึงการแลกบัตร การลงทะเบียน การบันทึกประวัติหรือข้อมูลที่จำเป็น
- เพื่อเก็บประวัติการใช้บริการ ประเมิน วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อเลือกสินค้าให้ตรงกับความต้องการของท่านได้อย่างเหมาะสม
- เพื่อให้ข้อมูลและแนะนำสินค้า ผลิตภัณฑ์ การบริการ หรือประชาสัมพันธ์ทางการตลาดรายการส่งเสริมการขาย หรือสิทธิประโยชน์ผ่านช่องทางการติดต่อที่ได้รับจากเจ้าของข้อมูล
- เพื่อจัดส่งสินค้าและการให้บริการเพื่อตอบสนองความต้องการหรือข้อร้องเรียนต่าง ๆ
- ใช้ในการดำเนินกิจการ ประเมินผล และปรับปรุงธุรกิจ เพื่อพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการ
- เพื่อกรวางแผน พัฒนา ประเมินความเพียงพอของคู่ค้า ต่อการดำเนินกิจการหรือกิจกรรมใด ๆ ของสมาคมฯ
- ดำเนินกิจกรรมใด ๆ ทางบัญชีและการเงิน เช่น การตรวจสอบบัญชี การแจ้งและเรียกเก็บหนี้ การออกใบกำกับภาษี และหลักฐานการดำเนินธุรกรรมต่าง ๆ ที่กฎหมายกำหนด
- เพื่อประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของสมาคมฯ เช่น การดูแลรักษาความปลอดภัยของผู้ที่มาติดต่อ การบันทึกเสียงการร้องเรียนผ่านระบบ Call Center การบันทึกภาพผ่านกล้อง CCTV การบันทึก เข้า - ออก เพื่อรักษาความปลอดภัยบริเวณภายในสมาคมฯ
- การปฏิบัติตามข้อบังคับ หรือกฎของสมาคมฯ
- ใช้ในการสอบสวนและปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ หรือหน้าที่ตามกฎหมายของสมาคมฯ
- ตอบสนองต่อคำขอของท่าน เช่น การให้บริการหลังการขาย การรับเรื่องร้องเรียน การบริหารความสัมพันธ์ระหว่างสมาคมฯ กับท่าน
- อำนวยความสะดวกและนำเสนอรายการสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ แก่ผู้ใช้บริการ
- จุดประสงค์ด้านการตลาด การส่งเสริมการขาย และการลูกค้าสัมพันธ์ เช่น การส่งข้อมูลเกี่ยวกับโปรโมชั่น ผลิตภัณฑ์และบริการ ประชาสัมพันธ์ข่าวสาร รายการส่งเสริมการขาย และธุรกิจพันธมิตร
- สำรวจความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ วิจัยตลาด และวิเคราะห์ทางสถิติ เพื่อเป็นข้อมูลในการปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการ หรือสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ
- เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน สำหรับการประชาสัมพันธ์กิจกรรมของสมาคมฯ ผ่านเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดียของสมาคมฯ รวมถึงการส่งจดหมายข่าวให้กับสมาชิกหรือบุคคลทั่วไป
- เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ในฐานะผู้ตรวจสอบอิสระ (IA-SME) ผ่านเว็บไซต์ ผ่านเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดียของสมาคมฯ เพื่อให้บริษัทที่มีความประสงค์เข้ารับการรับรอง เลือกใช้บริการ และการตรวจสอบยืนยันตัวตนของคู่ค้าประกอบผลการพิจารณารับรองบริษัท
- เพื่อการรักษาความมั่นคงและปลอดภัยทางสารสนเทศ และป้องกันอุบัติเหตุ อาชญากรรม รวมถึงการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมาย
- เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น ประมวลกฎหมายรัษฎากร การปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาล หรือหน่วยงานของรัฐ เช่น กรมบังคับคดี กรมสรรพากร เป็นต้น
- วัตถุประสงค์อื่น ๆ ที่ได้รับคำยินยอมชัดแจ้งจากท่าน
ในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลที่สมาคมฯ เก็บรวบรวมเพื่อวัตถุประสงค์ข้างต้นมีความจำเป็นต่อการปฏิบัติตามสัญญาหรือการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นดังกล่าว สมาคมฯ อาจไม่สามารถพิจารณาทำธุรกรรมหรือจัดการตามสัญญากับท่านได้
(ตามกรณี)
การส่งต่อและเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
สมาคมฯ จะไม่เปิดเผยและส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานไปยังหน่วยงานภายนอก เว้นแต่ได้รับคำยินยอมชัดแจ้งจากพนักงาน หรือเป็นไปตามกรณีดังต่อไปนี้
- เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ระบุในประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ สมาคมฯ อาจจำเป็นต้องเปิดเผยหรือแบ่งปันข้อมูลเฉพาะเท่าที่จำเป็นแก่ผู้ให้การสนับสนุน คู่ค้า ผู้ให้บริการ หน่วยงานที่ร่วมงานกับสมาคมฯ หรือหน่วยงานภายนอก เช่น สถาบันการเงิน ธนาคาร ผู้รับจ้างพัฒนาและดูและระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีสารสนเทศ ผู้ให้บริการด้านเว็บไซต์และซอฟต์แวร์ ผู้ให้บริการสถานที่จัดงาน ผู้ให้บริการจัดเตรียมอาหาร สายการบินและโรงแรม
ตัวแทนการท่องเที่ยว ผู้ให้เช่าพื้นที่อาคารและสถานที่จอดรถ ผู้รับจ้างทำกิจกรรมทางการตลาดและสื่อ ผู้ตรวจสอบบัญชี ทนายความ ที่ปรึกษากฎหมายหรือภาษี เป็นต้น
- สมาคมฯ อาจเปิดเผยหรือแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่สมาคมในเครือของสมาคมฯ โดยจะเป็นการประมวลผลข้อมูลภายใต้วัตถุประสงค์ที่ระบุในประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวฉบับนี้เท่านั้น
- กฎหมายหรือกระบวนการทางกฎหมายบังคับให้เปิดเผยข้อมูล หรือเปิดเผยต่อเจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่รัฐ หรือหน่วยงานที่มีอำนาจเพื่อปฏิบัติตามคำสั่งหรือคำขอที่ชอบด้วยกฎหมาย
- เปิดเผยให้แก่หน่วยงานรัฐตามหน้าที่ เช่น กรมสรรพากร กรมบังคับคดี ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ สภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นต้น
ทั้งนี้ สมาคมฯ จะจัดทำข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายกำหนด
การถ่ายโอนหรือส่งต่อข้อมูลไปยังต่างประเทศ
สมาคมฯ อาจจะส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ โดยจะทำให้แน่ใจว่าประเทศปลายทางหรือหน่วยงานปลายทางมีมาตรฐานและประกาศในการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวที่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม ในการส่งหรือโอนข้อมูลดังกล่าวไม่ว่ากรณีใด ๆ สมาคมฯ จะปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล
สมาคมฯ ได้จัดทำและ/หรือเลือกใช้ระบบการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลให้มีกลไกและเทคนิคที่เหมาะสม พร้อมทั้งมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากพนักงาน ลูกจ้าง และตัวแทนของสมาคมฯ เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกนำไปใช้ เปิดเผย ทำลาย หรือเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต
ระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูล
สมาคมฯ จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตลอดระยะเวลาตราบเท่าที่จำเป็นต่อการประมวลผลตามวัตถุประสงค์ในประกาศฉบับนี้เท่านั้น แต่จะไม่เกินกว่าระยะเวลา 10 (สิบ) ปี เว้นแต่มีความจำเป็นต้องเก็บข้อมูลส่วนบุคคลไว้ด้วยเหตุอื่นใด เช่น เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือการตรวจสอบกรณีการเกิดข้อพิพาท สมาคมฯ อาจมีความจำเป็นต้องเก็บข้อมูลไว้เป็นระยะเวลาเกินกว่าที่ระบุ
การเปลี่ยนแปลงประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว
สมาคมฯ อาจแก้ไขเพิ่มเติมนโยบายความเป็นส่วนตัวโดยจะประกาศบนเว็บไซต์ พร้อมระบุวันที่แก้ไขเพิ่มเติมครั้งล่าสุด สมาคมฯ แนะนำให้ท่านตรวจสอบประกาศฉบับนี้เป็นประจำ โดยการที่ท่านใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการทางเว็บไซต์ของสมาคมฯ
ต่อไปหลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงประกาศความเป็นส่วนตัวจะถือว่าท่านยอมรับเงื่อนไขที่เปลี่ยนแปลงนั้นแล้ว
การทำลายข้อมูลส่วนบุคคล
เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลตามประกาศความเป็นส่วนตัว หรือเมื่อมีคำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สมาคมฯ จะดำเนินการลบ/ทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถระบุตัวตนได้ต่อไป ตามรูปแบบและมาตรฐานการลบทำลายข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดหรือตามมาตรฐานสากล
อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีข้อพิพาท การใช้สิทธิหรือคดีความอันเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน สมาคมฯ ขอสงวนสิทธิในการเก็บรักษาข้อมูลนั้นต่อไปจนกว่าข้อพิพาทนั้นจะได้มีคำสั่งหรือคำพิพากษาถึงที่สุด
วิธีการทำลายข้อมูลส่วนบุคคล
(1) กรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ในรูปของเอกสารสมาคมฯ จะพิจารณาใช้วิธีการทำลายข้อมูลตามความเหมาะสม โดยมีวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
1.1 การใช้เครื่องย่อย/บดกระดาษ
1.2 การเผา
1.3 การย่อยด้วยน้ำกับสารเคมี
1.4 การว่าจ้างผู้ให้บริการทำลายเอกสาร
(2) กรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ในรูปของข้อมูลดิจิทัล สมาคมฯ จะพิจารณาใช้วิธีการทำลายข้อมูลแบบ Secured data deletion ซึ่งจะทำให้แน่ใจได้ว่าข้อมูลที่ถูกลบนั้น จะไม่สามารถกู้คืนกลับมาได้
สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านสามารถขอใช้สิทธิต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด และตามที่ระบุไว้ในประกาศฉบับนี้ได้ดังต่อไปนี้
- สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม ท่านมีสิทธิจะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ เว้นแต่
มีข้อจำกัดสิทธิโดยกฎหมายหรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่าน ทั้งนี้ การถอนความยินยอมจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมแก่สมาคมฯก่อนหน้าแล้วโดยชอบด้วยกฎหมาย
- สิทธิในการขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิเข้าถึง หรือขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่สมาคมฯ ได้เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย และขอให้เปิดเผยถึงแหล่งที่มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลโดยที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอม เว้นแต่กรณีที่สมาคมฯ มีสิทธิปฏิเสธคำขอของท่านตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล หรือกรณีที่คำขอของท่านจะมีผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น
- สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลบุคคลให้เป็นปัจจุบัน ถูกต้อง สมบูรณ์ ท่านมีสิทธิขอให้สมาคมฯ แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบันและไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ทั้งนี้
การแก้ไขดังกล่าว สมาคมฯ สามารถดำเนินการได้แม้ท่านจะไม่ร้องขอ
- สิทธิในการขอลบหรือทำลาย ท่านมีสิทธิขอให้สมาคมฯ ลบหรือทำลายหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ในกรณีดังต่อไปนี้
4.1. เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นในเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
4.2. เมื่อท่านถอนความยินยอมในการเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลและสมาคม ฯ ไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลต่อไป
4.3. เมื่อท่านคัดค้านการเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล และสมาคมฯไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะปฏิเสธได้ เว้นแต่กรณีที่สมาคมฯมีเหตุโดยชอบด้วยกฎหมายในการปฏิเสธคำขอของท่าน
- สิทธิในการขอรับหรือขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคล
ในกรณีที่สมาคมฯ ได้ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติและสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมถึงมีสิทธิขอให้สมาคมฯ ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังบุคคลภายนอก เว้นแต่ โดยสภาพทางเทคนิคไม่สามารถทำได้ หรือเป็นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย หรือการใช้สิทธิละเมิดต่อสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น
- สิทธิในการขอคัดค้าน ท่านมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อใดก็ได้ ในกรณีดังต่อไปนี้
6.1. กรณีที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งสมาคมฯดำเนินการภายใต้ฐานประโยชน์ชอบด้วยกฎหมาย เว้นแต่ สมาคมฯ ได้แสดงให้เห็นถึงเหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่สำคัญยิ่งกว่า หรือเพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
6.2. เพื่อวัตถุประวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรง
6.3. เพื่อการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ เว้นแต่ สมาคมฯ
มีความจำเป็นเพื่อดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของสมาคมฯ
- สิทธิในการขอระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีดังต่อไปนี้
7.1. เมื่อสมาคมฯ อยู่ในระหว่างการตรวจสอบตามที่ท่านได้ขอให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
7.2. เมื่อเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องลบหรือทำลาย
7.3. เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวหมดความจำเป็น เนื่องจากท่านมีความจำเป็นต้องขอให้เก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เพื่อใช้ในการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
7.4. เมื่อสมาคมฯ อยู่ในระหว่างการพิสูจน์สิทธิในการปฏิเสธคำขอการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
- ท่านมี สิทธิในการร้องเรียน ต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หาก สมาคมฯ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
หากท่านมีข้อสงสัยหรือมีความประสงค์จะแก้ไข ลบข้อมูล ใช้สิทธิ หรือติดต่อเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับข้อมูลของท่าน กรุณาติดต่อผ่านช่องทางการติดต่อด้านล่าง
ช่องทางการติดต่อ
สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย
อาคาร วตท. อาคาร 2 ชั้น 3 เลขที่ 2/9หมู่ที่ 4 (โครงการนอร์ธปาร์ค) ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
เบอร์โทรศัพท์: +66 (0)2-955-1155
อีเมล:
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO)
อาคาร วตท. อาคาร 2 ชั้น 3 เลขที่ 2/9หมู่ที่ 4 (โครงการนอร์ธปาร์ค) ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
เบอร์โทรศัพท์: +66 (0)2955 1155 ต่อ 1100
อีเมล: dpo@thai-iod.com
สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “สมาคมฯ”) มุ่งมั่นที่จะปกป้องความเป็นส่วนตัวของกรรมการสมาคมฯ ตามข้อบังคับสมาคมฯ ที่ปรึกษาคณะกรรมการสมาคมฯ รวมถึงผู้ที่เป็นสมาชิกในคณะกรรมการชุดต่าง ๆ รวมทั้งในกรณีที่ท่านเป็นผู้รับมอบฉันทะ ผู้รับมอบอำนาจจากบุคคลดังกล่าว บุคคลที่อยู่ในระหว่างกระบวนการสรรหาและพิจารณาของสมาคมฯ เลขาผู้ติดต่อของกรรมการ สมาชิกในครอบครัวของกรรมการ (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกรวมว่า “ท่าน” หรือ “เจ้าของข้อมูล”) ไม่ว่าจะเป็นการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย
(เรียกรวมกันว่า “การประมวลผลข้อมูล”) เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 สมาคมฯ จึงออกประกาศฉบับนี้ขึ้น เพื่อแจ้งข้อมูลให้แก่เจ้าของข้อมูลอันเกี่ยวกับ สิทธิและหน้าที่ ตลอดจนเงื่อนไขต่าง ๆ ในการเก็บ รวมรวบ ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ดังนี้
ข้อมูลส่วนบุคคล
“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
ข้อมูลส่วนบุคคลที่สมาคมฯ เก็บรวบรวม
ในการเก็บรวบรวม และเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล สมาคมฯ จะใช้วิธีการที่ชอบด้วยกฎหมายและจำกัดเพียงเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์การดำเนินงานของ สมาคมฯ อันประกอบด้วย
- ข้อมูลที่ระบุตัวตนได้ หรือข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ-นามสกุล อายุ ชื่อเล่น วันเกิดเดือนปีเกิด เลขประจำตัวประชาชน เลขที่หนังสือเดินทาง สัญชาติ ลายมือชื่อ เพศ รูปถ่าย สถานภาพสมรส ตำแหน่ง อาชีพ ประวัติการศึกษา ประวัติการฝึกอบรม ประวัติการทำงาน ทักษะ ความเชี่ยวชาญ ความถนัด รางวัลเกียรติคุณ บันทึกกล้องวงจรปิด (CCTV) เป็นต้น
- ข้อมูลสำหรับการติดต่อ เช่น ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล ข้อมูลเลขานุการหรือผู้ประสานงาน รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับกรรมการ เช่น บิดา มารดา คู่สมรส ผู้ติดต่อฉุกเฉิน เป็นต้น
- ข้อมูลเอกสารทางราชการ เช่น สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาหนังสือเดินทาง เลขที่ใบต่างด้าว เป็นต้น
- ข้อมูลทางการเงิน เช่น เลขที่บัญชีธนาคาร สำเนาหน้าบัญชีธนาคาร ประเภทบัญชี ธนาคาร/สาขา ค่าตอบแทน เป็นต้น
- ข้อมูลการเข้าร่วมกิจกรรมที่จัดขึ้นโดยสมาคมฯ เช่น ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ข้อร้องเรียน เสียงเมื่อท่านเข้าร่วมการประชุม หรือกิจกรรมอื่นใดกับสมาคมฯ เป็นต้น
- ข้อมูลที่ได้จากเก็บรวบรวมของสมาคมฯ หรือระบบอัตโนมัติจากอุปกรณ์ต่าง ๆ ของสมาคมฯ เช่น หมายเลขไอพี (IP Address) คุกกี้ (Cookie) ข้อมูลการใช้งานและการเข้าถึงระบบสารสนเทศ (Log files) ชื่อบัญชีโซเชียล (Social Media) ช่องการสนทนา (Chat) เป็นต้น
ในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลที่สมาคมฯ เก็บรวบรวมเพื่อวัตถุประสงค์ข้างต้นเป็นข้อมูลที่จำเป็นในการปฏิบัติตามสัญญาหรือการปฏิบัติตามกฎหมายต่าง ๆ ที่ใช้บังคับ หากท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นดังกล่าว สมาคมฯ อาจไม่สามารถพิจารณาเข้าทำธุรกรรม หรือบริหารจัดการตามสัญญากับท่านได้ (ตามแต่กรณี)
โดย สมาคมฯ จะดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อน ยกเว้นในกรณีดังต่อไปนี้
- เพื่อปฏิบัติตามสัญญา กรณีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อความจำเป็นต่อการให้บริการหรือปฏิบัติตามสัญญาระหว่างเจ้าของข้อมูลและสมาคมฯ
- เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพ
- เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย
- เพื่อผลประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของสมาคมฯ กรณีมีความจำเป็นเพื่อประโยชน์อันชอบธรรมในการดำเนินงานของสมาคมฯ โดยสมาคมฯ จะพิจารณาถึงสิทธิของเจ้าของข้อมูลเป็นสำคัญ เช่น เพื่อป้องกันการฉ้อโกง การรักษาความปลอดภัยในระบบเครือข่าย การปกป้องสิทธิเสรีภาพ และประโยชน์ของเจ้าของข้อมูล เป็นต้น
- เพื่อการศึกษาวิจัยหรือสถิติ กรณีที่มีการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุเพื่อประโยชน์สาธารณะหรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูล
- เพื่อปฏิบัติภารกิจของรัฐ กรณีมีความจำเป็นต่อการปฏิบัติตามภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะหรือการปฏิบัติหน้าที่ตามอำนาจรัฐที่สมาคมฯ ได้รับมอบหมาย
ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว
- สมาคมฯ อาจจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลที่มีความอ่อนไหว เช่น ศาสนา เชื้อชาติ ข้อมูลทางการแพทย์ ข้อมูลความพิการ ข้อมูลชีวภาพ โดยสมาคมฯ จะทำการขอคำยินยอมจากท่านทุกครั้งในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย เว้นแต่
- เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
- เป็นการดำเนินกิจกรรมโดยชอบด้วยกฎหมายที่มีการคุ้มครองที่เหมาะสมของมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการเมือง ศาสนา ปรัชญา หรือสหภาพแรงงาน ให้แก่สมาชิก ผู้ซึ่งเคยเป็นสมาชิก หรือผู้ซึ่งมีการติดต่ออย่างสม่ำเสมอกับมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กร ที่ไม่แสวงหากำไรตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวโดยไม่ได้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นออกไปภายนอกมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรนั้น
- เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะด้วยความยินยอมโดยชัดแจ้งของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
- เป็นการจำเป็นเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
- เป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับ
- 5.1. เวชศาสตร์ป้องกันหรืออาชีวเวชศาสตร์ การประเมินความสามารถในการทำงาน การวินิจฉัยโรคทางการแพทย์ การให้บริการด้านสุขภาพหรือด้านสังคม การรักษาทางการแพทย์ การจัดการด้านสุขภาพ หรือระบบการให้บริการด้านสังคมสงเคราะห์
- 5.2. ประโยชน์ด้านการสาธารณะสุข เช่น การป้องกันด้านสุขภาพจากโรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาด
- 5.3. การคุ้มครองแรงงาน การประกันสังคม หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของผู้มีสิทธิตามกฎหมาย การคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือการคุ้มครองทางสังคม
- 5.4. การศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ หรือประโยชน์สาธารณะอื่น
- 5.5. ประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ
แหล่งที่มาของข้อมูล
- ข้อมูลจากเจ้าของข้อมูลโดยตรง ที่ท่านได้ให้ไว้ในกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การสัมภาษณ์ ตอบแบบสอบถาม สมัครรับข้อมูลข่าวสาร เข้าร่วมกิจกรรมทางการตลาด ช่องทางเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือช่องทางอื่นของ สมาคมฯ การเข้า - ออก ภายในอาคารของสมาคมฯ การจัดอบรม การจัดซื้อจัดจ้าง การติดต่อสื่อสารกับสมาคมฯ ผ่านช่องทางใด ๆ เช่น ต่อหน้า โทรศัพท์ โทรสาร ไปรษณีย์ การตอบโต้ทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) หรือการกรอก/ให้ข้อมูลประกอบการสมัครงาน หรือช่องทางการสื่อสารอื่น ๆ ระหว่างสมาคมฯ และท่าน
- ข้อมูลจากบุคคลที่สามที่มีความเกี่ยวข้อง เช่น ญาติ สมาชิกในครอบครัว
- ข้อมูลจากระบบอัตโนมัติ เช่น ภาพจากกล้องวงจรปิด ข้อมูลจากแอปพลิเคชัน
- ข้อมูลจากแหล่งอื่น เช่น ข้อมูลสาธารณะ ข้อมูลจากหน่วยงานพันธมิตร หน่วยงานราชการ หรือ หน่วยงานในเครือของ สมาคมฯ ตลอดจนข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ ที่ผู้ใช้บริการได้มอบไว้ให้
วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
สมาคมฯ อาจนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ตามวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้หรือตามวัตถุประสงค์อื่น ๆ ที่แจ้งขณะเก็บรวบรวมข้อมูลหรือที่ท่านได้ให้ความยินยอมหลังจากสมาคมฯ ดำเนินการเก็บข้อมูลไปแล้ว
- เพื่อเข้าทำสัญญา หรือปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาระหว่างสมาคมฯ กับเจ้าของข้อมูล หรือการติดต่อประสานงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของสมาคมฯ หรือปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาระหว่างสมาคมฯ กับบุคคลภายนอกเพื่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูล
- เพื่อดำเนินการที่จำเป็นในการพิจารณา คัดเลือก และประเมินให้ท่านเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการและ/หรือคณะกรรมการ ซึ่งรวมถึงกระบวนการจัดการนิติสัมพันธ์และบริหารงานภายในอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาคัดเลือกและแต่งตั้งกรรมการ เช่น การพิจารณาสรรหาบุคคลที่เหมาะสมจะเข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมการ การนัดหมายและจัดประชุม เป็นต้น
- เพื่อการบริหารจัดการทางทะเบียนกรรมการ เช่น การจดทะเบียนกรรมการเข้าใหม่กับสำนักงานเขต
- ใช้ข้อมูลในการตรวจสอบยืนยันตัวตน การมอบฉันทะ การตรวจสอบอำนาจ การมอบอำนาจและการรับมอบอำนาจ การก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย รวมทั้งเพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องของท่าน
- เพื่อเป็นหลักฐานแห่งการจัดประชุม การเสนอวาระการประชุม การพิจารณาความเหมาะสมของผู้ถูกเสนอชื่อเป็นกรรมการสมาคมฯ การเข้าร่วมประชุม และการบริหารจัดการในการจัดประชุมดังกล่าว เช่น การลงทะเบียนเข้าร่วมประชุม การบันทึกการลงมติ การส่งเอกสารและระเบียบวาระการประชุม การยืนยันตัวตนในการลงทะเบียนเข้าร่วมประชุม การประมวลการออกเสียงลงคะแนน และการใด ๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น
- เพื่อบันทึกการภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหวของการประชุมของสมาคมฯ และจัดทำรายงานการประชุมของสมาคมฯ และนำส่งให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้รับชมในภายหลัง หรือสำหรับการประชาสัมพันธ์เพื่อประโยชน์ของสมาคมฯ และตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2563
- เพื่อแจ้งข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมนักลงทุนสัมพันธ์ที่จัดให้แก่ท่านตามที่สมาคมฯ เห็นสมควร การจัดประชุมคณะกรรมการ หรือข้อมูลกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับท่าน
- เพื่อวิเคราะห์ จัดเตรียมกิจกรรม จัดเตรียมงาน และอำนายความสะดวกสำหรับท่านที่เข้าร่วมกิจกรรมที่สมาคมฯ จัดขึ้น เช่น การจัดเตรียมสถานที่ การจัดเตรียมอาหารและเครื่องดื่ม การจัดเตรียมยานพาหนะ ของที่ระลึก และ/หรือการจองที่พักและเครื่องบินสำหรับการเดินทาง เป็นต้น
- เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือกระบวนการทางกฎหมาย หนังสือ คำสั่ง ของศาลและ/หรือเจ้าหน้าที่รัฐ หรือหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานเขต
- เพื่อการตรวจสอบการมีส่วนได้เสียของกรรมการและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเก็บรวบรวมเป็นข้อมูลและรายงานข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้แก่หน่วยงานที่กำกับดูแล
- เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะ ด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยของท่าน และด้านการสาธารณสุข เช่น การป้องกันด้านสุขภาพจากโรคติดต่อหรือแพร่เข้ามาในราชอาณาจักร
- ใช้ในการดำเนินกิจการ ประเมินผล และปรับปรุงธุรกิจ เพื่อพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการ
- ดำเนินกิจกรรมใด ๆ ทางบัญชีและการเงิน เช่น การตรวจสอบบัญชี การแจ้งและเรียกเก็บหนี้ การออกใบกำกับภาษี และหลักฐานการดำเนินธุรกรรมต่าง ๆ ที่กฎหมายกำหนด
- เพื่อประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของสมาคมฯ เช่น การบันทึกเสียงการร้องเรียนผ่านระบบ Call Center การบันทึกภาพผ่านกล้องวงจรปิด (CCTV) การบันทึก เข้า - ออก ภายในสมาคมฯ
- เพื่อจัดเก็บข้อมูลประวัตส่วนตัวของท่านและเผยแพร่ในรายงานประจำปี
- เพื่อเปิดเผยข้อมูลของท่าน เช่น ประวัติ ชื่อ-นามสกุล ข้อมูลการถือหลักทรัพย์ อายุ การศึกษา ประวัติการทำงาน และการดำรงตำแหน่งกรรมการ เป็นต้น ผ่านสื่อต่าง ๆ อาทิ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโฆษณา สื่ออิเล็กทรอนิกส์และเว็บไซต์ ให้กับบุคคลภายนอกได้รับทราบ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการสมัครเข้าใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือการเปิดสิทธิการเข้าถึงหรือใช้งานระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ
- เพื่อดำเนินการวางแผน การรายงาน และการคาดการณ์ทางธุรกิจ การสำรวจความคิดเห็น การบริหารความเสี่ยง การกำกับการตรวจสอบที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานของสมาคมฯ
- เพื่อการจัดเตรียมกิจกรรมและอำนวยความสะดวกในการเข้าร่วมกิจกรรม ตามที่สมาคมฯ เห็นสมควร เช่น การจัดเตรียมสถานที่ การจัดเตรียมอาหารและเครื่องดื่ม หรือการจัดเตรียมยานพาหนะ เป็นต้น
- การปฏิบัติตามกฎ ระเบียบและข้อบังคับของสมาคมฯ
- เพื่อการบริหารความสัมพันธ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสมาคมฯ เช่น การสำรวจความคิดเห็นเพื่อนำมาวิเคราะห์และปรับปรุงการดำเนินงานของสมาคมฯ
- เพื่อการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในองค์กร การกำกับการตรวจสอบ รวมถึงการตรวจสอบภายในของสำนักตรวจสอบภายใน การกำกับดูแลกิจการที่ดี และการบริหารจัดการภายในสมาคมฯ
- เพื่อเป็นฐานข้อมูลผู้มีส่วนได้เสียของสมาคมฯ
- เพื่อการติดต่อประสานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสมาคมฯ
- เพื่อการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในฐานะผู้ที่เกี่ยวข้อง สมาชิกในครอบครัวของกรรมการ เพื่อเป็นเอกสารประกอบการทำสัญญาระหว่างสมาคมฯ และกรรมการ
- เพื่อรักษาความปลอดภัย การป้องกันอุบัติเหตุและอาชญากรรม รวมถึงใช้ในการสอบสวนการกระทำอันผิดกฎหมายหรือก่อให้เกิดความเสียหายหรืออันตราย และปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ หรือหน้าที่ตามกฎหมายของสมาคมฯ
- เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางสารสนเทศ
- วัตถุประสงค์อื่น ๆ ที่ได้รับคำยินยอมชัดแจ้งจากท่าน
- อย่างไรก็ตาม หากท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นสำหรับการดำเนินการเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย หรือสัญญาหรือการให้บริการแก่ท่าน สมาคมฯ อาจไม่สามารถจัดทำหรือดำเนินการตามสัญญา ไม่สามารถให้บริการ ให้สิทธิประโยชน์ ส่งมอบทรัพย์สิน ดำเนินการตามคำขอหรือธุรกรรมของท่านได้ ซึ่งอาจส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการหรือได้รับสิทธิประโยชน์บางประการจากสมาคมฯ
การส่งต่อและเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
สมาคมฯ จะไม่เปิดเผยและส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังหน่วยงานภายนอก เว้นแต่ได้รับคำยินยอมชัดแจ้งจากท่าน หรือเป็นไปตามกรณีดังต่อไปนี้
- เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ระบุในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ สมาคมฯ อาจจำเป็นต้องเปิดเผยหรือแบ่งปันข้อมูลเฉพาะเท่าที่จำเป็นแก่บุคคลหรือหน่วยงานภายนอก ดังต่อไปนี้
- ธุรกิจคู่ค้า และธุรกิจพันธมิตร หน่วยงานที่ร่วมงานกับสมาคมฯ รวมถึงคู่สัญญาของสมาคมฯ เช่น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เป็นต้น
- บุคคลภายนอก ตัวแทน หรือคู่ค้าที่ให้บริการแก่สมาคมฯ หรือดำเนินการใด ๆ ในฐานะตัวแทนของสมาคมฯ เช่น ผู้จัดทำรายงานประจำปี ผู้รับจ้างพัฒนาและดูและระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีสารสนเทศ ผู้ให้บริการด้านเว็บไซต์และซอฟต์แวร์ ผู้ให้บริการสถานที่จัดงาน ผู้ให้บริการจัดเตรียมอาหาร สายการบินและโรงแรม ตัวแทนการท่องเที่ยว ผู้ให้เช่าพื้นที่อาคารและสถานที่จอดรถ ผู้รับจ้างทำกิจกรรมทางการตลาดและสื่อ ผู้ ตรวจสอบบัญชี ทนายความ ที่ปรึกษากฎหมายหรือภาษี เป็นต้น
- หน่วยงานราชการ หน่วยงานที่กำกับดูแล หน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย และ/หรือ หน่วยงานอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของสมาคมฯ เช่น กรมสรรพากร สำนักงานเขต ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นต้น
- คณะกรรมการชุดต่าง ๆ ของสมาคม เช่น คณะกรรมการ CAC คณะกรรมการพิจารณารับรอง คณะกรรมการโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Steering Committee) คณะทำงานโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน คณะกรรมการ Judging Panel คณะกรรมการ Interview Panel และ คณะทำงานพิจารณาแนวปฏิบัติที่ดีด้าน ESG เป็นต้น
- สมาชิกสมาคมฯ รวมถึงกรรมการ หรือพนักงานของนิติบุคคลสมาชิกมาคมฯ
- สถาบันการเงิน ธนาคาร และผู้ให้บริการชำระเงิน เช่น บริษัทบัตรเครดิต หรือเดบิต เป็นต้น
- บุคคลทั่วไปและผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย และ/หรือแอปพลิเคชันของสมาคมฯ ที่สมาคมฯ เป็นผู้ควบคุม
- บุคคลที่เกี่ยวข้องกับท่าน เช่น ผู้ประสานงาน
ทั้งนี้ สมาคมฯ จะจัดทำข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายกำหนด
- สมาคมฯ อาจเปิดเผยหรือแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่ หน่วยงานภายใต้หรือในเครือของสมาคมฯ โดยจะเป็นการประมวลผลข้อมูลภายใต้วัตถุประสงค์ที่ระบุในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้เท่านั้น
- กฎหมายหรือกระบวนการทางกฎหมายบังคับให้เปิดเผยข้อมูล หรือเปิดเผยต่อเจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่รัฐ หรือหน่วยงานที่มีอำนาจเพื่อปฏิบัติตามคำสั่งหรือคำขอที่ชอบด้วยกฎหมาย
การถ่ายโอนหรือส่งต่อข้อมูลไปยังต่างประเทศ
สมาคมฯ อาจจะส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ โดยจะทำให้แน่ใจว่าประเทศปลายทางหรือหน่วยงานปลายทางมีมาตรฐานและประกาศในการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวที่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม ในการส่งหรือโอนข้อมูลดังกล่าวไม่ว่ากรณีใด ๆ สมาคมฯ จะปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล
สมาคมฯ ได้จัดทำและ/หรือเลือกใช้ระบบการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลให้มีกลไกและเทคนิคที่เหมาะสม พร้อมทั้งมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากพนักงาน ลูกจ้าง และตัวแทนของสมาคมฯ เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกนำไปใช้ เปิดเผย ทำลาย หรือเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต
ระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูล
สมาคมฯ จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตลอดระยะเวลาตราบเท่าที่จำเป็นต่อการประมวลผลตามวัตถุประสงค์ในประกาศฉบับนี้เท่านั้น แต่จะไม่เกินกว่าระยะเวลา 10 (สิบ) ปี เว้นแต่มีความจำเป็นต้องเก็บข้อมูลส่วนบุคคลไว้ด้วยเหตุอื่นใด เช่น เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือการตรวจสอบกรณีการเกิดข้อพิพาท สมาคมฯ อาจมีความจำเป็นต้องเก็บข้อมูลไว้เป็นระยะเวลาเกินกว่าที่ระบุ
การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล
สมาคมฯ ได้จัดทำและ/หรือเลือกใช้ระบบการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลให้มีกลไกและเทคนิคที่เหมาะสม พร้อมทั้งมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากพนักงาน ลูกจ้าง และตัวแทนของสมาคมฯ เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกนำไปใช้ เปิดเผย ทำลาย หรือเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต
การแก้ไขเปลี่ยนแปลงประกาศความเป็นส่วนตัว สมาคมฯ อาจทำการแก้ไขหรือปรับปรุงประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้เป็นครั้งคราว โดยจะเผยแพร่ประกาศฉบับที่แก้ไขแล้วบนเว็บไซต์ พร้อมระบุวันที่มีผลบังคับใช้ล่าสุด สมาคมฯ ขอแนะนำให้ท่านตรวจสอบประกาศนี้เป็นระยะ ทั้งนี้ การที่ท่านยังคงใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการผ่านเว็บไซต์ของสมาคมฯ ภายหลังจากการแก้ไขดังกล่าว ให้ถือว่าท่านรับทราบและยอมรับการเปลี่ยนแปลงนั้นแล้ว
การทำลายข้อมูลส่วนบุคคล
เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลตามประกาศความเป็นส่วนตัว หรือเมื่อมีคำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สมาคมฯ จะดำเนินการลบ/ทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถระบุตัวตนได้ต่อไป ตามรูปแบบและมาตรฐานการลบทำลายข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดหรือตามมาตรฐานสากล
อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีข้อพิพาท การใช้สิทธิหรือคดีความอันเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน สมาคมฯ ขอสงวนสิทธิในการเก็บรักษาข้อมูลนั้นต่อไปจนกว่าข้อพิพาทนั้นจะได้มีคำสั่งหรือคำพิพากษาถึงที่สุด
วิธีการทำลายข้อมูลส่วนบุคคล
(1) กรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ในรูปของเอกสารสมาคมฯ จะพิจารณาใช้วิธีการทำลายข้อมูลตามความเหมาะสม โดยมีวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
1.1 การใช้เครื่องย่อย/บดกระดาษ
1.2 การเผา
1.3 การย่อยด้วยน้ำกับสารเคมี
1.4 การว่าจ้างผู้ให้บริการทำลายเอกสาร
(2) กรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ในรูปของข้อมูลดิจิทัล สมาคมฯ จะพิจารณาใช้วิธีการทำลายข้อมูลแบบ Secured data deletion ซึ่งจะทำให้แน่ใจได้ว่าข้อมูลที่ถูกลบนั้น จะไม่สามารถกู้คืนกลับมาได้
สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านสามารถขอใช้สิทธิต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด และตามที่ระบุไว้ในประกาศฉบับนี้ได้ดังต่อไปนี้
- สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม ท่านมีสิทธิจะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ เว้นแต่ มีข้อจำกัดสิทธิโดยกฎหมายหรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่าน ทั้งนี้ การถอนความยินยอมจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมแก่ สมาคมฯ ก่อนหน้าแล้วโดยชอบด้วยกฎหมาย
- สิทธิในการขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิเข้าถึง หรือขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่สมาคมฯ ได้เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย และขอให้เปิดเผยถึงแหล่งที่มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลโดยที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอม เว้นแต่กรณีที่สมาคมฯ มีสิทธิปฏิเสธคำขอของท่านตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล หรือกรณีที่คำขอของท่านจะมีผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น
- สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลบุคคลให้เป็นปัจจุบัน ถูกต้อง สมบูรณ์ ท่านมีสิทธิขอให้สมาคมฯ แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบันและไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ทั้งนี้ การแก้ไขดังกล่าว สมาคมฯ สามารถดำเนินการได้แม้ท่านจะไม่ร้องขอ
- สิทธิในการขอลบหรือทำลาย ท่านมีสิทธิขอให้สมาคมฯ ลบหรือทำลายหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ในกรณีดังต่อไปนี้
- 4.1. เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นในเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
- 4.2. เมื่อท่านถอนความยินยอมในการเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลและสมาคมฯไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลต่อไป
- 4.3. เมื่อท่านคัดค้านการเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล และสมาคมฯไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะปฏิเสธได้ เว้นแต่กรณีที่สมาคมฯมีเหตุโดยชอบด้วยกฎหมายในการปฏิเสธคำขอของท่าน
- สิทธิในการขอรับหรือขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่สมาคมฯ ได้ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติและสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมถึงมีสิทธิขอให้สมาคมฯ ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังบุคคลภายนอก เว้นแต่ โดยสภาพทางเทคนิคไม่สามารถทำได้ หรือเป็นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย หรือการใช้สิทธิละเมิดต่อสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น
- สิทธิในการขอคัดค้าน ท่านมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อใดก็ได้ ในกรณีดังต่อไปนี้
- 6.1. กรณีที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งสมาคมฯดำเนินการภายใต้ฐานประโยชน์ชอบด้วยกฎหมาย เว้นแต่ สมาคมฯ ได้แสดงให้เห็นถึงเหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่สำคัญยิ่งกว่า หรือเพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
- 6.2. เพื่อวัตถุประวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรง
- 6.3. เพื่อการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ เว้นแต่ สมาคมฯ มีความจำเป็นเพื่อดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของสมาคมฯ
- สิทธิในการขอระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีดังต่อไปนี้
- 7.1. เมื่อสมาคมฯ อยู่ในระหว่างการตรวจสอบตามที่ท่านได้ขอให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
- 7.2. เมื่อเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องลบหรือทำลาย
- 7.3. เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวหมดความจำเป็น เนื่องจากท่านมีความจำเป็นต้องขอให้เก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เพื่อใช้ในการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
- 7.4. เมื่อสมาคมฯ อยู่ในระหว่างการพิสูจน์สิทธิในการปฏิเสธคำขอการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
- ท่านมี สิทธิในการร้องเรียน ต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หาก สมาคมฯ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
- หากท่านมีข้อสงสัยหรือมีความประสงค์จะแก้ไข ลบข้อมูล ใช้สิทธิ หรือติดต่อเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับข้อมูลของท่าน กรุณาติดต่อผ่านช่องทางการติดต่อด้านล่าง
ช่องทางการติดต่อ
สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย
อาคาร วตท. อาคาร 2 ชั้น 3 เลขที่ 2/9หมู่ที่ 4 (โครงการนอร์ธปาร์ค) ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
เบอร์โทรศัพท์: +66 (0)2-955-1155
อีเมล:
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO)
อาคาร วตท. อาคาร 2 ชั้น 3 เลขที่ 2/9หมู่ที่ 4 (โครงการนอร์ธปาร์ค) ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
เบอร์โทรศัพท์: +66 (0)2955 1155 ต่อ 1100
อีเมล: dpo@thai-iod.com
ทงอฟกาดิงนกดิาฟยนาดิฟวกสดาเงฃ
มฟวกงดิทฟ
ฟงสวงำสพิ